Main Point
- หากซื้อยางรถยนต์ใหม่ และเปลี่ยนยางรถยนต์ที่ศูนย์บริการหรือร้านตัวแทนจำหน่าย ส่วนใหญ่จะรวมค่าบริการพื้นฐานไว้ในราคายางแล้ว ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการเปลี่ยนยาง ทั้งการถอดยางเก่า ติดตั้งยางใหม่ ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ทั้งนี้ควรสอบถามรายละเอียดและสิทธิประโยชน์จากศูนย์บริการก่อนเข้ารับบริการ
- จุดสังเกตว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนยางรถยนต์แล้ว คือ เมื่อขับถึง 40,000 กิโลเมตร หรือใช้ยางมาประมาณ 4-5 ปี แล้ว ดอกยางสึก ไม่สม่ำเสมอ ต่ำกว่ามาตรฐานที่ 1.6 มิลลิเมตร เนื้อยางแตกร้าว แข็งกระด้าง เสื่อมสภาพ แก้มยางหรือหน้ายางปูดบวมผิดปกติ รถมีอาการสั่น ควบคุมยาก ระยะเบรกยาว และยางรถยนต์รั่วบ่อย ถูกปะหลายตำแหน่ง
ยางรถยนต์ที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกการเดินทาง การเปลี่ยนยางให้เหมาะสมกับช่วงเวลาและเลือกใช้บริการจากศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน จะช่วยให้การขับขี่มั่นคง ปลอดภัย สร้างความมั่นใจในทุกสภาพถนน DUNLOP จึงรวบรวมข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนยางรถยนต์ ทั้งค่าใช้จ่าย จุดสังเกตว่ายางเสื่อมสภาพ และข้อควรรู้ต่าง ๆ เพื่อให้คุณดูแลยางรถยนต์ได้ถูกวิธีและพร้อมเดินทางอย่างมีความสุขในทุกทริป
เปลี่ยนยางรถยนต์ราคาเท่าไร รวมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

กรณีที่ 1: เปลี่ยนและซื้อยางรถยนต์ที่ศูนย์ ส่วนใหญ่ไม่มีค่าใช้จ่าย
หากซื้อยางรถยนต์ใหม่จากศูนย์บริการหรือร้านตัวแทนจำหน่าย ส่วนใหญ่จะรวมค่าบริการพื้นฐานไว้ในราคายางแล้ว ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการเปลี่ยนยาง ทั้งการถอดยางเก่า ติดตั้งยางใหม่ ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ
ค่าใช้จ่าย: 0 บาท*
*ทั้งนี้ รายละเอียดบริการและสิทธิประโยชน์ที่รวมอยู่ในราคายางอาจแตกต่างกันไปในแต่ละศูนย์บริการหรือร้านตัวแทนจำหน่าย ควรสอบถามเงื่อนไขก่อนเข้ารับบริการ
กรณีที่ 2: มียางอยู่แล้ว แล้วนำมาเปลี่ยนที่ศูนย์บริการ
สำหรับคนที่มียางรถยนต์อยู่แล้ว ทั้งจากการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์หรือช่องทางอื่น ๆ เมื่อนำมาเปลี่ยนที่ศูนย์บริการ จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าบริการติดตั้ง ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามขนาดล้อ ประเภทรถ และอัตราค่าบริการของแต่ละร้าน โดยค่าใช้จ่ายหลักที่ควรรู้ มีดังนี้
- ค่าถอดยางเก่าและติดตั้งยางใหม่: เป็นค่าบริการสำหรับการถอดยางเส้นเดิมออกและติดตั้งยางเส้นใหม่ด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อยางและล้อรถ
- ค่าถ่วงล้อ: เป็นค่าบริการสำหรับการถ่วงล้อเพื่อปรับสมดุลของล้อและยาง ลดอาการพวงมาลัยสั่น หรือแรงสั่นสะเทือนขณะขับขี่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน
- ค่าตั้งศูนย์ล้อ: เป็นค่าบริการสำหรับการปรับมุมล้อให้กลับมาอยู่ในค่ามาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด เพื่อให้รถวิ่งได้ตรง ลดอาการรถดึงซ้ายหรือขวา ควบคุมรถได้ดีมากขึ้น
ค่าใช้จ่าย: 120-600 บาท*
- ค่าถอดยางเก่า: 200 บาท/เส้น
- ค่าติดตั้งยางใหม่: 200 บาท/เส้น
- ค่าถ่วงล้อ: 120 บาท/เส้น
- ค่าตั้งศูนย์ล้อ: 600 บาท/คัน
* หมายเหตุ: อัตราการให้บริการเปลี่ยนยางรถยนต์ในกรณีที่นำยางมาเอง อาจแตกต่างกันตามตัวแทนจำหน่าย โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ
เปลี่ยนยางรถยนต์ที่ไหนดี? มั่นใจได้เมื่อเลือกศูนย์ตัวแทนจำหน่าย DUNLOP
เลือกศูนย์บริการยางรถยนต์ DUNLOP เพื่อความอุ่นใจในทุกเส้นทาง ครอบคลุมเครือข่ายทั่วประเทศไทย ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด พร้อมดูแลรถของคุณอย่างครบวงจร อาทิ บริการเปลี่ยนยาง ตั้งศูนย์ล้อ ถ่วงล้อ ตรวจเช็กช่วงล่าง เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หรือเปลี่ยนผ้าเบรก โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ใส่ใจทั้งคุณภาพของยาง ความปลอดภัย และประสบการณ์การให้บริการที่น่าประทับใจ เพื่อให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกการเดินทาง
เปลี่ยนยางรถยนต์ DUNLOP ปี 2569 เลือกรุ่นไหนดี? พร้อมอัปเดตราคา
| รุ่นยางรถยนต์ DUNLOP | ประเภทรถยนต์และขนาดขอบยาง | จุดเด่น | ราคายางต่อเส้น*(บาท) |
| SPORT MAXX LUX |
|
|
4,000 – 12,500 |
| SP SPORT MAXX060+ |
|
|
5,000 -18,500 |
| BLUE RESPONSE TG |
|
|
2,700 – 8,500 |
| GRANDTREK R/T01 |
|
|
4,800 -11,000 |
| GRANDTREK PT5 |
|
|
3,900 – 12,400 |
| GRANDTREK AT5 |
|
|
4,100 – 8,100 |
| ENASAVE EC300+ |
|
|
2,100 – 5,600 |
*หมายเหตุ: ราคายางรถยนต์อาจแตกต่างกันตามตัวแทนจำหน่าย โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ
เมื่อไรควรเปลี่ยนยางรถยนต์ มีจุดสังเกตอะไรบ้าง?
1. ขับถึง 40,000 กิโลเมตร หรือใช้ยางประมาณ 4-5 ปี
โดยทั่วไป ยางรถยนต์มีอายุการใช้งานเมื่อขับถึงประมาณ 40,000 กิโลเมตร หรือใช้ยางมาแล้วเป็นระยะเวลา 4-5 ปี เพราะดอกยางหรือเนื้อยางจะเริ่มสึกหรอและเสื่อมสภาพจากการใช้งานที่สัมผัสความร้อน แสงแดด ความชื้น และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ บนท้องถนน
2. ดอกยางสึกต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่สม่ำเสมอ
ควรตรวจเช็กว่าดอกยางมีการสึกต่ำกว่ามาตรฐานหรือไม่ โดยการวางเหรียญบาทแนวตั้งลงไปบริเวณร่องยาง หากความสูงในร่องไม่ถึง 1 ใน 4 ของเหรียญ หรือ 1.6 มิลลิเมตร เป็นสัญญาณเตือนว่าดอกยางเริ่มเสื่อม ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนยางรถยนต์เส้นใหม่แล้ว
3. เนื้อยางแตกร้าว แข็งกระด้าง เสื่อมสภาพ
เมื่อใช้งานเป็นเวลานาน ยางรถยนต์จะเสื่อมสภาพจากความร้อน แสงแดด และสภาพอากาศ ทำให้เนื้อยางแข็งขึ้น สามารถเช็กได้โดยการใช้เล็บจิกลงบนหน้ายาง หากไม่มีรอยเล็บ แปลว่าเนื้อยางเริ่มเสื่อมสภาพ อาจทำให้เบรกหรือเข้าโค้งได้ไม่ดีเท่าที่ควร
4. แก้มยางหรือหน้ายางปูดบวมผิดปกติ
แก้มยาง เป็นอีกจุดที่สามารถสังเกตได้ง่าย หากเห็นว่าแก้มยางเริ่มมีรอยปริแตก รอยร้าว รอยฉีกขาด หรือหน้ายางปูดบวมผิดปกติ แนะนำให้รีบเปลี่ยนยางทันทีและหลีกเลี่ยงการขับรถต่อ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุยางระเบิดได้
5. รถมีอาการสั่น ควบคุมยาก ระยะเบรกยาว
หากขับแล้วรู้สึกว่ารถยนต์มีอาการสั่น รถไม่นิ่ง ควบคุมได้ยาก หรือใช้ระยะเบรกมากกว่าปกติ อาจเกิดจากยางรถยนต์เสื่อมสภาพ ยางสึกผิดปกติ หรือโครงสร้างยางเสียหาย ควรนำรถเข้าตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุ และเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
6. ยางรถยนต์รั่วบ่อย ถูกปะหลายตำแหน่ง
ยางที่รั่วซ้ำหลายครั้ง หรือผ่านการปะหลายจุด อาจมีความแข็งแรงลดลงและไม่สามารถรองรับการขับขี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากพบว่ายางมีตำแหน่งเสียหายหลายแห่ง การเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่จะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ได้มากกว่า
คำถามน่ารู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนยางรถยนต์
ควรเปลี่ยนยางรถยนต์ทุกกี่ปี?
โดยทั่วไป ยางรถยนต์ควรเปลี่ยนทุก 4-5 ปี หรือเมื่อใช้งานประมาณ 40,000-50,000 กิโลเมตร รวมถึงยางมีรอยแตกร้าว ดอกยางสึก หรือมีความเสียหายผิดปกติ ควรเปลี่ยนยางทันที แม้จะยังใช้งานไม่ถึงระยะที่แนะนำก็ตาม
การเปลี่ยนยางรถยนต์ใช้เวลานานไหม?
โดยปกติ การเปลี่ยนยางรถยนต์ทั้ง 4 เส้น ใช้เวลาประมาณ 45-90 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนยางที่เปลี่ยนและบริการที่ทำร่วมกันเพิ่มเติม
ควรเปลี่ยนยางทีละคู่หรือเปลี่ยนพร้อมกันทั้ง 4 เส้น?
การเปลี่ยนยางรถยนต์ สามารถทำได้ทั้งเปลี่ยนเพียงหนึ่งเส้น เป็นคู่ และยกชุด โดยการเปลี่ยนยางพร้อมกันทั้ง 4 เส้น จะช่วยให้รถมีสมรรถนะในการยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่สมดุลมากที่สุด
- เปลี่ยนยางเส้นเดียว: มักใช้ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ เช่น ยางฉีก ยางระเบิด ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่อาจทำให้รถเสียการทรงตัว เพราะความลึกของดอกยางไม่เท่ากัน และต้องเลือกรุ่น ขนาด ยี่ห้อเดียวกันกับยางเดิม เพื่อรักษาสมดุลให้ได้มากที่สุด
- เปลี่ยนยางเป็นคู่: มักใช้เมื่อยางเสียหายเพียงเส้นเดียวแต่อยากรักษาสมดุลรถ หรือยังไม่สะดวกเปลี่ยนยกชุด โดยควรนำยางคู่ใหม่ที่มีขนาดและยี่ห้อเดิมไปเปลี่ยนที่ล้อคู่หลัง เพื่อลดโอกาสการเกิดอาการท้ายปัด (Oversteer) และยึดเกาะได้ดีมากขึ้นบนพื้นเปียก
- เปลี่ยนยางยกชุด 4 เส้น: เป็นวิธีที่แนะนำมากที่สุด ทำให้ยางมีประสิทธิภาพการทำงานพร้อมกัน ส่งผลให้รถยนต์สมดุล ยึดเกาะถนนได้ดีทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้
เปลี่ยนยางใหม่ ต้องรันอินก่อนใช้จริงหรือไม่?
ควรรันอินยางใหม่ในช่วงประมาณ 200-500 กิโลเมตรแรก โดยขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหัน การเร่งเครื่องอย่างรุนแรง หรือการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เพื่อให้ผิวยางสัมผัสกับพื้นถนนได้เต็มประสิทธิภาพ และช่วยให้ยางมีการยึดเกาะที่ดีขึ้นเมื่อใช้งานในระยะยาว
ควรตั้งศูนย์ถ่วงล้อทุกครั้งหลังเปลี่ยนยางจริงหรือไม่?
เมื่อเปลี่ยนยางใหม่ ควรถ่วงล้อทุกครั้ง เพื่อให้ล้อหมุนได้สมดุลและลดอาการสั่นของพวงมาลัย ส่วนการตั้งศูนย์ล้อ ไม่จำเป็นต้องทำทุกครั้ง แต่ควรตั้งศูนย์ล้อหากรถมีอาการดึงซ้าย-ขวา พวงมาลัยเอียง หรือยางสึกผิดปกติ เพราะจะช่วยยืดอายุการใช้งานของยาง และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ได้มากขึ้น
ดูแลยางให้พร้อม เพื่อทุกการเดินทางที่ปลอดภัยกับ DUNLOP
- ยางใหม่ค้างปี VS ยางปีปัจจุบัน ต่างกันจริงไหม เลือกแบบไหนดี?
- ยางอะไหล่มีขนาดไม่เท่ากัน ใช้แทนกันได้ไหม?
- สัญญาณยางรถยนต์เสื่อมสภาพ เช็กง่ายใน 5 นาที
- ลมไนโตรเจนดีไหม ช่วยถนอมยางได้จริงหรือเปล่า
- เช็กรถก่อนเดินทางไกลอย่างไร ให้ปลอดภัยตลอดทาง
- ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ คืออะไร ควรทำตอนไหน? พร้อมข้อดีที่ไม่ควรมองข้าม
- การสลับยาง ถ่วงล้อคืออะไร ควรทำเมื่อไหร่?
- เปลี่ยนยางรถยนต์ 4 เส้น vs 2 เส้น หรือทีละ 1 เส้น แบบไหนดีกว่ากัน ?
- สาเหตุหลักที่ทำให้ดอกยางรถยนต์สึกเร็ว พร้อมบอกวิธีป้องกัน
- ยางรถซึม: สาเหตุ อาการ วิธีเช็ก และวิธีแก้
- รถยางรั่ว-ยางแบน เกิดจากอะไร ควรแก้ไขอย่างไร สามารถขับต่อได้ไหม?
- ปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับยางรถยนต์ พร้อมบอกวิธีแก้ไขเบื้องต้น
- เลือกขนาดล้อแม็กยังไงให้พอดีกับรถ ไม่กินยาง ไม่กินน้ำมัน
- พวงมาลัยสั่นที่ความเร็วเกิน 80, 100, 120 กม./ชม. เกิดจากอะไร
เปิดประสบการณ์ท้าทายในทุกเส้นทาง เริ่มจากเลือกยางรถยนต์คุณภาพจาก DUNLOP ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่บนพื้นผิวหลากหลาย พร้อมเสริมความมั่นใจด้วยสมรรถนะการยึดเกาะ ความทนทาน และการควบคุมรถที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและทริปผจญภัยทั่วไทย ให้ทุกการเดินทางพร้อมลุยได้อย่างมั่นใจ สามารถค้นหาศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายยาง DUNLOP ใกล้บ้านคุณได้


