จองทะเบียนรถยนต์ออนไลน์ง่ายๆ ด้วยตนเอง มีขั้นตอนอะไรบ้าง?

จองทะเบียนรถออนไลน์

Main Point

  • การจองเลขทะเบียนรถออนไลน์เริ่มจากเข้าเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก https://reserve.dlt.go.th/ ในช่วงเวลา 10:00-16:00 น. จากนั้นยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ ThaID อ่านและยอมรับเงื่อนไข เลือกประเภทรถและประเภทผู้จองให้ถูกต้อง แล้วกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลรถยนต์ ก่อนเลือกเลขทะเบียนที่ต้องการไม่เกิน 4 หลัก ตรวจสอบข้อมูล และบันทึกหลักฐานการจองไว้ใช้สำหรับนำไปจดทะเบียนภายใน 15 วัน
  • ก่อนจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ ควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ตรงกับกรณีของตนเอง เช่น รถใหม่ป้ายแดงต้องได้รับรถและมีข้อมูลรถครบถ้วนก่อน ส่วนรถต่างจังหวัดไม่สามารถจองทะเบียนออนไลน์ได้ สำหรับผู้ที่ต้องการจองรถมากกว่า 1 คัน ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการปลดล็อกสิทธิ์หรือเว้นระยะ 90 วัน นอกจากนี้ หากต้องการเลขทะเบียนสวย เลขมงคล จะต้องเข้าร่วมประมูลผ่าน https://tabienrod.com/ แทนการจองเลขทั่วไป

 

สำหรับคนซื้อรถใหม่หรือเจ้าของรถที่อยากได้เลขทะเบียนถูกใจ ต้องจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ เพราะสามารถเลือกเลขที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา ทั้งเลขมงคล เลขสวย โดย DUNLOP ได้รวบรวมวิธีจองทะเบียนรถออนไลน์ 2569 พร้อมข้อมูลสำคัญที่มือใหม่ควรรู้ไว้ให้แล้ว

 

วิธีจองเลขทะเบียนรถออนไลน์โดยละเอียด

 

1. เข้าเว็บไซต์จองเลขทะเบียนรถออนไลน์ ที่ https://reserve.dlt.go.th/

 

ตารางกำหนดการจองทะเบียนรถออนไลน์สำหรับรถเก๋ง และรถกระบะผ่านเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก

เริ่มต้นด้วยการเข้าเว็บไซต์ระบบจองหมายเลขทะเบียนรถยนต์ออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบกได้ที่ https://reserve.dlt.go.th/ โดยระบบจะเปิดให้จองหมายเลขทะเบียนตามตารางที่กำหนด ตั้งแต่เวลา 10:00-16:00 น. เท่านั้น

สำหรับผู้ที่เข้าใช้งานก่อนเวลาเปิดจอง ระบบจะยังไม่สามารถดำเนินการจองหมายเลขทะเบียนได้ แนะนำให้ตรวจสอบตารางเปิดจองล่วงหน้า และเตรียมข้อมูลที่จำเป็นให้พร้อมก่อนถึงเวลา เพื่อเลือกเลขทะเบียนที่ต้องการได้ทันทีเมื่อระบบเปิดให้บริการ

 

2. ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID

 

ขั้นตอนการสแกน QR Code ผ่านแอป ThaID เพื่อยืนยันตัวตนก่อนเริ่มจองทะเบียนรถออนไลน์

หลังจากเข้าสู่เว็บไซต์จองเลขทะเบียนรถออนไลน์แล้ว ผู้ใช้งานจะต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID ก่อนเริ่มจองหมายเลขทะเบียน โดยให้เปิดแอปพลิเคชัน ThaID บนโทรศัพท์มือถือ แล้วสแกน QR Code ที่ปรากฏบนหน้าจอเว็บไซต์

เมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว ระบบจะพากลับเข้าสู่หน้าจอจองทะเบียน จากนั้นให้คลิกเลือกเมนู “จองหมายเลขทะเบียน” เพื่อเริ่มขั้นตอนการเลือกเลขทะเบียนรถที่ต้องการ

 

3. อ่านเงื่อนไขและยอมรับหลักเกณฑ์

 

ข้อควรรู้และหลักเกณฑ์เงื่อนไขการจองทะเบียนรถออนไลน์ที่ต้องกดยอมรับก่อนดำเนินการ

ก่อนดำเนินการจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ ระบบจะแสดงเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การจองหมายเลขทะเบียนให้ผู้ใช้งานอ่านอย่างละเอียด โดยควรตรวจสอบข้อมูล ทั้งประเภทของรถ เงื่อนไขการจอง ระยะเวลาการนำเลขทะเบียนไปจดทะเบียน และข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เมื่ออ่านและทำความเข้าใจเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว ให้กด “ยอมรับหลักเกณฑ์” เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปในการกรอกข้อมูลและเลือกหมายเลขทะเบียนที่ต้องการ

 

4. เลือกประเภทรถที่ต้องการจองทะเบียน

 

หน้าจอเลือกระบุประเภทรถยนต์สำหรับการจองทะเบียนรถออนไลน์ เช่น รถเก๋ง รถตู้ หรือรถกระบะ

หลังจากยอมรับเงื่อนไขการจองเรียบร้อยแล้ว ให้เลือกประเภทรถที่ต้องการจองหมายเลขทะเบียนให้ถูกต้อง โดยระบบจะแบ่งประเภทรถออกเป็น 3 ประเภท คือ 

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ได้แก่ รถเก๋งหรือรถกระบะ 4 ประตู
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ได้แก่ รถตู้ 
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ได้แก่ รถกระบะบรรทุกหรือรถกระบะ 2 ประตู

จากนั้นให้เลือกประเภทการจองให้ตรงกับผู้จอง คือ บุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือชาวต่างชาติ เพื่อให้ระบบแสดงช่องกรอกข้อมูลที่เหมาะสมกับประเภทของผู้จอง

ขั้นตอนนี้ควรตรวจสอบให้ตรงกับประเภทรถที่จะนำเลขทะเบียนไปจดทะเบียน เพราะหากเลือกประเภทรถไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อการใช้หมายเลขทะเบียนที่จองไว้ในภายหลังได้ ทั้งนี้ ระบบจะให้เวลาดำเนินการทั้งหมด 15 นาที จึงควรเตรียมข้อมูลที่จำเป็นให้พร้อมก่อนเริ่มจอง

 

5. กรอกข้อมูลส่วนบุคคลและรถยนต์ที่จองเลขทะเบียน

 

ขั้นตอนการกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลรถยนต์เพื่อจองทะเบียนรถออนไลน์ให้ถูกต้อง

เมื่อเลือกประเภทรถเรียบร้อยแล้ว ให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลรถยนต์ให้ครบถ้วนตามที่ระบบกำหนด โดยควรเตรียมข้อมูลสำคัญไว้ล่วงหน้า ดังนี้

  • หมายเลขบัตรประชาชน เลขทะเบียนการค้า หรือหนังสือเดินทางของผู้จอง
  • คำนำหน้าชื่อ
  • ชื่อ-นามสกุล หรือชื่อนิติบุคคล
  • เลขตัวถังรถ โดยกรอกตามรูปแบบที่ระบบกำหนด
  • ยี่ห้อรถยนต์ โดยเลือกให้ตรงกับข้อมูลในเล่มทะเบียนหรือใบจองรถ
  • เบอร์โทรศัพท์

ควรตรวจสอบข้อมูลทุกช่องให้ถูกต้อง โดยเฉพาะชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน และเลขตัวถังรถ เพราะหากกรอกข้อมูลผิด อาจทำให้ไม่สามารถนำเลขทะเบียนที่จองไว้ไปจดทะเบียนได้

 

6. เลือกเลขทะเบียนที่ต้องการจอง

หลังจากกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้เลือก “เลขทะเบียนที่ต้องการจอง” โดยระบบจะให้เลือกได้เฉพาะตัวเลขไม่เกิน 4 หลักเท่านั้น และไม่สามารถเลือกหมวดอักษรได้ ดังนั้น ผู้จองควรเตรียมเลขที่สนใจไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 ตัวเลือก เผื่อกรณีเลขที่ต้องการมีผู้จองไปแล้ว ก่อนกดยืนยันการจอง ควรตรวจสอบหมายเลขทะเบียนที่เลือกอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นเลขที่ต้องการ

 

7. ตรวจสอบและยืนยันการจองเลขทะเบียน

 

หน้าต่างตรวจสอบความถูกต้อง และกดยืนยันข้อมูลก่อนเสร็จสิ้นขั้นตอนการจองทะเบียนรถออนไลน์

เมื่อกรอกข้อมูลและเลือกเลขทะเบียนที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้งก่อนกดยืนยันการจอง โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน เลขตัวถังรถ ยี่ห้อรถยนต์ เบอร์โทรศัพท์ และหมายเลขทะเบียนที่เลือก หากตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลถูกต้องครบถ้วน ให้กดยืนยันการจองตามขั้นตอนของระบบ

 

8. ตรวจสอบผลการจองทะเบียนรถและบันทึกหลักฐาน

 

วิธีตรวจสอบผลการจองทะเบียนรถออนไลน์ผ่านระบบของกรมการขนส่งทางบก ด้วยเลขบัตรประชาชน

หลังจากยืนยันการจองเรียบร้อยแล้ว ผู้จองสามารถตรวจสอบผลการจองทะเบียนรถได้ผ่านระบบจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ โดยกรอกหมายเลขบัตรประชาชน เลขทะเบียนการค้า หรือหนังสือเดินทางที่ใช้ในการจอง เพื่อค้นหาข้อมูลการจองของตนเอง

เมื่อพบผลการจองแล้ว ควรตรวจสอบรายละเอียดให้ถูกต้องอีกครั้ง ทั้งชื่อผู้จอง เลขตัวถังรถ และหมายเลขทะเบียนที่จองได้ จากนั้นให้บันทึกหน้าจอหรือพิมพ์หลักฐานการจองเก็บไว้ เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการนำเลขทะเบียนไปจดทะเบียนรถภายในระยะเวลาที่กำหนด

 

ข้อควรทราบเพิ่มเติมก่อนจองทะเบียนรถยนต์ออนไลน์

 

กรณีจองเลขทะเบียนสำหรับรถใหม่ป้ายแดง

สำหรับรถใหม่ป้ายแดง ผู้จองจะต้องได้รับรถยนต์เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถเริ่มขั้นตอนจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ได้ เนื่องจากการจองเลขทะเบียนจำเป็นต้องใช้ข้อมูลสำคัญของรถ เช่น เลขตัวถังรถ รายละเอียดรถยนต์ เพื่อกรอกในระบบให้ตรงกับรถที่จะนำไปจดทะเบียน

 

กรณีจองเลขทะเบียนสำหรับรถต่างจังหวัด

ปัจจุบันระบบจองเลขทะเบียนรถยนต์ออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบกใช้สำหรับรถที่จดทะเบียนในกรุงเทพมหานครและต้องไม่ค้างชำระภาษีรถประจำปีเท่านั้น หากเป็นรถที่จดทะเบียนต่างจังหวัด เจ้าของรถควรติดต่อหรือดำเนินการจองเลขทะเบียนกับสำนักงานขนส่งในจังหวัดที่รถจดทะเบียน หรือสำนักงานขนส่งใกล้บ้าน

 

กรณีจองเลขทะเบียนสำหรับรถมากกว่า 1 คัน

หากต้องการจองเลขทะเบียนรถมากกว่า 1 คัน โดยไม่ต้องรอเว้นระยะ 90 วันตามเงื่อนไขปกติ ผู้จองจะต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาปลดล็อกสิทธิ์การจองสำหรับรถคันถัดไป โดยเอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่ 

  • สำเนาผลการจองเลขทะเบียนของรถคันแรก
  • เอกสารหลักฐานของรถคันแรก เช่น เล่มทะเบียนรถ และเอกสารของรถคันถัดไป เช่น เอกสารซื้อขาย สำหรับรถป้ายแดง หรือเล่มทะเบียนรถ สำหรับรถที่จดทะเบียนแล้ว
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือเลขทะเบียนบริษัทของเจ้าของรถ 
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ)

 

กรณีจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ครั้งถัดไป

สำหรับใครที่เคยจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ไปแล้ว และต้องการจองหมายเลขทะเบียนครั้งถัดไป จะต้องเว้นระยะอย่างน้อย 90 วันนับจากการจองครั้งก่อนหน้า จึงควรวางแผนการจองให้เหมาะสม และตรวจสอบเงื่อนไขของระบบก่อนดำเนินการอีกครั้ง

 

กรณีต้องการจองทะเบียนรถเลขสวยออนไลน์

สำหรับผู้ที่ต้องการจองทะเบียนรถเลขสวย เช่น เลขเบิ้ล เลขโฟร์ หรือเลขที่มีผลรวมดี จะต้องเข้าร่วมประมูลผ่านเว็บไซต์ https://tabienrod.com/ ซึ่งเป็นระบบประมูลทะเบียนรถแบบเรียลไทม์ โดยมีรูปแบบการประมูลให้เลือก 3 วิธี ได้แก่ 

  • การประมูลแบบเรียลไทม์ที่ผู้เข้าร่วมเสนอราคาแข่งกันจนปิดประมูล
  • การประมูลแบบ Maximum ที่สามารถตั้งราคาสูงสุดไว้ให้ระบบช่วยประมูลอัตโนมัติ 
  • การประมูลแบบ Advance สำหรับผู้ที่ต้องการตั้งราคาล่วงหน้าก่อนเริ่มประมูล เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้เลขทะเบียนที่ต้องการ

 

จองทะเบียนรถออนไลน์ ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

 

การเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมสำหรับยื่นจดทะเบียนหลังจากจองทะเบียนรถออนไลน์สำเร็จ

ก่อนจองทะเบียนรถออนไลน์ ควรเตรียมเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้พร้อม เพื่อให้สามารถกรอกข้อมูลในระบบได้อย่างถูกต้องและยื่นจดทะเบียนได้ทันเวลา โดยเอกสารที่ใช้จะแตกต่างกันตามกรณีของรถใหม่และรถที่จดทะเบียนแล้ว

 

เอกสารสำหรับจองทะเบียนรถใหม่

สำหรับผู้ที่ต้องการจองเลขทะเบียนรถใหม่ ควรเตรียมเอกสารพื้นฐานที่ใช้ยืนยันตัวตนและข้อมูลการซื้อรถ ดังนี้

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน (บางกรณี)
  • หนังสือรับรองการซื้อขายรถยนต์จากผู้ขาย เช่น ใบจองรถ สัญญาซื้อขาย และหลักฐานการชำระเงิน (ถ้ามี)
  • หลักฐานการทำประกันภัยตามกฎหมายคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือ พ.ร.บ.
  • ใบจองเลขทะเบียนรถจากระบบออนไลน์

 

เอกสารสำหรับรถที่จดทะเบียนแล้ว

กรณีรถที่มีทะเบียนอยู่แล้วและต้องการขอเปลี่ยนเลขทะเบียน ควรเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของรถและตัวรถให้ครบถ้วน ดังนี้

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ
  • เล่มทะเบียนรถฉบับจริง หรือสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ
  • สำเนาหน้าทะเบียนรถปัจจุบัน
  • ใบจองเลขทะเบียนรถจากระบบออนไลน์
  • หนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ)

 

เอกสารสำหรับเจ้าของรถชาวต่างชาติ

กรณีเจ้าของรถเป็นชาวต่างชาติและต้องการจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ ควรเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนและเอกสารแสดงถิ่นที่อยู่ให้ครบถ้วน เพื่อใช้ประกอบการจดทะเบียนหลังจองเลขสำเร็จ ดังนี้

  • สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport)
  • หลักฐาน Visa พร้อมหนังสือรับรองถิ่นอาศัย หรือหนังสือรับรองการทำงานจากสถานทูต กรมการกงสุล กองตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือองค์การระหว่างประเทศ
  • ใบจองเลขทะเบียนรถจากระบบออนไลน์
  • หนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ)

 

ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนจองทะเบียนรถออนไลน์

นอกจากเอกสารแล้ว ผู้จองควรเตรียมข้อมูลสำคัญสำหรับกรอกในระบบจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ให้พร้อม เพื่อลดความผิดพลาดและช่วยให้การจองเป็นไปอย่างรวดเร็ว

  • ชื่อ-นามสกุล ของผู้จอง
  • เลขบัตรประชาชน 13 หลัก / เลขทะเบียนการค้า / หนังสือเดินทาง
  • ข้อมูลรถยนต์ อาทิ เลขตัวถังรถ (VIN) ยี่ห้อรถ รุ่นรถ และประเภทรถ
  • หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
  • อีเมล สำหรับรับข้อมูลและใช้ตรวจสอบการจอง

 

รถประเภทไหนบ้างที่สามารถจองทะเบียนออนไลน์ได้?

การจองทะเบียนรถออนไลน์สามารถทำได้กับรถหลายประเภท โดยผู้จองควรเลือกประเภทรถให้ตรงกับรถที่จะนำเลขทะเบียนไปจดทะเบียน ดังนี้

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เช่น รถเก๋ง หรือรถกระบะ 4 ประตู ซึ่งจะได้รับป้ายขาว ตัวหนังสือสีดำ
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน เช่น รถตู้ ซึ่งจะได้รับป้ายขาว ตัวหนังสือสีน้ำเงิน
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล เช่น รถกระบะบรรทุก หรือรถกระบะ 2 ประตู ซึ่งจะได้รับป้ายขาว ตัวหนังสือสีเขียว
  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งสามารถจองผ่านระบบจองเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ได้ที่ https://reserve.dlt.go.th/mc/

 

หลังจากจองเลขทะเบียนออนไลน์แล้ว ต้องทำอย่างไรต่อไป?

 

เจ้าของรถนำหลักฐานและใบจองทะเบียนรถออนไลน์ไปยื่นจดทะเบียน ที่สำนักงานกรมการขนส่งทางบก

หลังจากจองเลขทะเบียนรถออนไลน์สำเร็จแล้ว ผู้จองควรบันทึกหรือพิมพ์ใบจองเลขทะเบียนจากระบบเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นให้นำเลขทะเบียนที่จองได้ไปดำเนินการจดทะเบียนหรือเปลี่ยนทะเบียนที่สำนักงานขนส่งภายในระยะเวลาที่กำหนด

  • สำหรับรถใหม่: ควรเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบจองเลขทะเบียน หลักฐานการซื้อรถ หลักฐานการทำประกันภัย พ.ร.บ. และเอกสารยืนยันตัวตนของเจ้าของรถ เพื่อนำไปยื่นจดทะเบียนรถใหม่ที่สำนักงานขนส่ง โดยเมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้วจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียน เครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี และสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ
  • สำหรับรถที่มีป้ายทะเบียนอยู่แล้วและต้องการเปลี่ยนเลขทะเบียน: ควรเตรียมใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง สำเนาบัตรประชาชน แบบคำขออื่น ๆ และใบจองเลขทะเบียนจากระบบออนไลน์ จากนั้นนำเอกสารไปยื่นที่สำนักงานขนส่ง พร้อมคืนป้ายทะเบียนเดิม ชำระค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง และรอรับป้ายทะเบียนใหม่ตามขั้นตอน

 

การจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

การจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ผ่านระบบของกรมการขนส่งทางบกไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้จองสามารถเข้าไปเลือกและจองหมายเลขทะเบียนได้เองตามขั้นตอนที่กำหนด ทั้งนี้ หลังจากจองสำเร็จและนำเลขทะเบียนไปดำเนินการจดทะเบียนหรือขอสลับป้าย อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในบางกรณี เช่น

  • ค่าขอสลับป้ายทะเบียนรถ 500 บาท
  • ค่าขอสลับป้ายทะเบียนรถประมูล (ที่ได้จากการจอง) 1,500 บาท
  • ค่าแผ่นป้ายทะเบียนรถ 100 บาทต่อป้าย
  • ค่าคำขออื่น ๆ 75 บาท

 

จองทะเบียนรถออนไลน์ กี่วันได้ป้าย?

หลังจากจองทะเบียนรถออนไลน์สำเร็จ ระยะเวลาที่เจ้าของรถจะได้รับทะเบียนรถขึ้นอยู่กับแต่ละขั้นตอน ดังนี้

  • ผลการจองเลขทะเบียน: สามารถตรวจสอบผลการจองผ่านระบบได้ ภายในเวลาประมาณ 1-2 วันทำการ
  • ระยะเวลาการใช้เลขที่จอง: เลขทะเบียนที่จองได้จะมีอายุ 15 วัน เจ้าของรถจึงควรนำรถไปจดทะเบียนภายในเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในเลขทะเบียนที่จองไว้
  • การรับป้ายทะเบียนและสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ: หากเอกสารครบถ้วนและดำเนินการที่กรมการขนส่งเรียบร้อยแล้ว อาจใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคิวและขั้นตอนของสำนักงานขนส่งแต่ละแห่ง

 

คำถามน่ารู้เกี่ยวกับการจองทะเบียนรถออนไลน์

 

เว็บไซต์จองเลขทะเบียนรถออนไลน์เปิดให้บริการเวลากี่โมง?

เว็บไซต์จองเลขทะเบียนรถออนไลน์ https://reserve.dlt.go.th/ เปิดให้บริการตามตารางที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยสามารถจองได้ตั้งแต่เวลา 10:00-16:00 น. หากเข้าใช้งานก่อนเวลาเปิดจอง ระบบจะยังไม่สามารถดำเนินการจองหมายเลขทะเบียนได้

 

ใครสามารถจองทะเบียนรถออนไลน์ได้บ้าง?

ผู้ที่สามารถจองทะเบียนรถออนไลน์ได้ ได้แก่ บุคคลธรรมดา นิติบุคคล และชาวต่างชาติที่มีข้อมูลและเอกสารของรถครบตามที่ระบบกำหนด โดยรถต้องอยู่ในประเภทที่เปิดให้จองออนไลน์ และหากให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ควรเตรียมหนังสือมอบอำนาจให้เรียบร้อย

 

1 IP Address สามารถจองทะเบียนรถออนไลน์ได้กี่ครั้งต่อวัน?

1 IP Address สามารถจองทะเบียนรถออนไลน์ได้ 1 ครั้งต่อวันเท่านั้น ผู้จองจึงควรเตรียมข้อมูลให้พร้อมและตรวจสอบรายละเอียดให้ถูกต้องก่อนดำเนินการจอง เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในการจองของวันนั้น

 

หากกรอกข้อมูลจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ไม่ถูกต้อง จะมีผลอย่างไร?

หากกรอกข้อมูลจองเลขทะเบียนรถออนไลน์ไม่ถูกต้อง เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน หรือเลขตัวถังรถ ระบบจะไม่อนุญาตให้แก้ไขหลังจากกดยืนยันแล้ว และอาจทำให้ผลการจองเป็นโมฆะ ไม่สามารถนำเลขทะเบียนนั้นไปจดทะเบียนได้ รวมถึงอาจถูกล็อกสิทธิ์การจองเป็นเวลา 90 วัน

 

สามารถยกเลิกการจองทะเบียนรถออนไลน์ได้หรือไม่?

ไม่สามารถยกเลิกการจองทะเบียนรถออนไลน์ได้ หากจองแล้วแต่ไม่ได้นำเลขทะเบียนไปจดทะเบียนตามเวลาที่กำหนด จะต้องรอให้สิทธิ์การจองเดิมหมดอายุ หรือเว้นระยะประมาณ 90 วันก่อนจึงจะสามารถจองเลขทะเบียนครั้งใหม่ได้

 

รวมทุกเรื่องควรรู้ที่ทำให้คนรักรถใช้ชีวิตง่ายขึ้น โดย DUNLOP

 

จองทะเบียนรถออนไลน์ เลือกเลขที่ใช่ ก่อนเดินทางอย่างมั่นใจไปกับ DUNLOP

จองทะเบียนรถออนไลน์ เลือกเลขที่ใช่ได้สะดวกยิ่งขึ้น ผ่านระบบของกรมการขนส่งทางบก เพียงเตรียมข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลรถยนต์ และตรวจสอบเงื่อนไขให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการ เพื่อให้การจองและการนำเลขทะเบียนไปจดทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อรถพร้อม และได้เลขทะเบียนถูกใจแล้ว อย่าลืมเลือกยางรถยนต์ที่ได้มาตรฐานจาก DUNLOP เพื่อเติมเต็มทุกการขับขี่ให้มั่นใจ ปลอดภัยในทุกเส้นทาง

 

 

ดูสินค้ายางรถยนต์ DUNLOP

ค้นหาตัวแทนจำหน่ายยาง DUNLOP

SHARE:

RELATE TIPS & TRICK

แนะนำยางออฟโรดยอดนิยม
wheel-alignment-and-wheel-balancing
รถยางรั่ว-ยางแบน เกิดจากอะไร ควรแก้ไขอย่างไร สามารถขับต่อได้ไหม?