Main Point
- ยางรถกระบะ DUNLOP สมรรถนะสูง พร้อมสู้งาน ในราคาคุ้มค่า เริ่มเพียง 2,700 บาท* อาทิ GRANDTREK R/T01 มาพร้อม Block Stabilizing Anchor และ Stone Ejector ช่วยเพิ่มการยึดเกาะ และไล่เศษหินจากร่องยาง, GRANDTREK AT5 ด้วย Super Abrasion Carbon ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและชะลอการสึก พร้อมการควบคุมที่มั่นใจ และ VANTREK V1 & V1+ ออกแบบรองรับงานบรรทุกหนัก และเพิ่มประสิทธิภาพการรีดน้ำ
- การเลือกยางรถกระบะให้คุ้มค่า ควรพิจารณาให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน ทั้งประเภทของยาง ขนาดยาง ลายดอกยาง และโครงสร้างที่รองรับน้ำหนัก พร้อมเลือกดัชนีการรับน้ำหนัก (Load Index) และดัชนีความเร็ว (Speed Rating) ให้ตรงกับสเปกรถ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขับขี่ รวมถึงเลือกยางที่มีแรงต้านการหมุนต่ำ เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน
รถกระบะ ต้องรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งขนส่งสินค้า บรรทุกหนัก ขับขี่ในชีวิตประจำวัน และลุยทุกสภาพถนนที่แตกต่าง DUNLOP คัดสรร 6 รุ่นยางรถกระบะสมรรถนะสูง พร้อมแนะนำเทคนิคการเลือกยางให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน เพื่อให้พร้อมสู้งานหนัก และขับขี่ได้อย่างคุ้มค่าเต็มประสิทธิภาพ
แนะนำยางรถกระบะสมรรถนะสูงจาก DUNLOP พร้อมราคาปี 2569
1. GRANDTREK R/T01
ยางรถกระบะ DUNLOP รุ่น GRANDTREK R/T01 ที่ผสานสมรรถนะการขับขี่ทั้งบนทางเรียบและทาง Off-Road พร้อมรับมือทุกสภาพเส้นทางด้วย Block Stabilizing Anchor เสริมความนิ่งและการควบคุมรถให้มั่นใจ ผสานไหล่ยางสูงชัน เพิ่มแรงไต่ไปตามเส้นทาง และร่องดอกยางขนาดเล็ก ช่วยยึดเกาะบนเส้นทางโคลนและหิน เสริมด้วย Aggressive Sipe Design และ Stone Ejector ช่วยรีดน้ำและลดการติดค้างของเศษหินในร่องยาง ให้คุณพร้อมฝ่าทุกอุปสรรค
เลือกคาแรกเตอร์ที่เป็นคุณด้วย Dual Sidewall Design ดีไซน์แก้มยาง 2 ฝั่งในเส้นเดียว จะโชว์ความเท่คลาสสิกแบบ White Letter หรือเผยลุคเข้มดุดันแบบ Black Letter ก็เลือกได้ตามสไตล์ เพราะไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นถนนเรียบ ทางหิน หรือทางโคลน GRANDTREK R/T01 ก็พร้อมพาคุณลุยไปให้สุดทุกเส้นทาง
ข้อมูลเพิ่มเติมยางรถกระบะรุ่น GRANDTREK R/T01
- ราคายาง: เริ่มต้น 4,800-11,000 บาท*
- ขนาดขอบยาง: 15-20 นิ้ว
- คุณสมบัติเด่น: ทนทานต่อการสึกหรอ, ควบคุมทิศทาง, สมบุกสมบัน (OFF-ROAD)
- ประเภทรถยนต์: รถ SUV, รถกระบะ/รถตู้ (Pickup/VAN)
ตารางราคายาง GRANDTREK R/T01
| ขนาดขอบยาง | ราคายาง* |
| 15LT นิ้ว | 6,600 บาท |
| 16C นิ้ว | 4,800 บาท |
| 16 นิ้ว | 6,000-8,900 บาท |
| 17 นิ้ว | 7,300-8,600 บาท |
| 18 นิ้ว | 6,300-10,900 บาท |
| 20 นิ้ว | 10,500 บาท |
| 20LT นิ้ว | 11,000 บาท |
ดูรายละเอียดยาง GRANDTREK R/T01 คลิก!
2. GRANDTREK A/T31
GRANDTREK A/T31 ยางรถกระบะสาย All-Terrain คุณภาพสูงจาก DUNLOP ที่ยกระดับมาตรฐานยางติดรถ OEM ให้เหนือกว่าทั้งความมั่นใจและสมรรถนะ พร้อมรับทุกเส้นทางตั้งแต่ถนนเรียบไปจนถึงเส้นทาง Off-Road ด้วยโครงสร้างยางที่แข็งแกร่ง ดอกยางที่ออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะอย่างมั่นคง และเนื้อยางที่พัฒนาให้ทนทานต่อการใช้งานหนัก พร้อมรองรับทุกภารกิจของสายสู้งาน ไม่ว่าจะบรรทุก ลุย หรือเดินทางไกล ให้ทุกวันทำงานเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ พร้อมพาไปได้ไกลกว่า ลุยได้หนักกว่า และมั่นใจได้เหนือกว่าทุกการขับขี่
ข้อมูลเพิ่มเติมยางรถกระบะรุ่น GRANDTREK A/T31
- ราคายาง: เริ่มต้น 5,800-6,800 บาท*
- ขนาดขอบยาง: 17-18 นิ้ว
- คุณสมบัติเด่น: ทนทานต่อการสึกหรอ, ควบคุมทิศทาง, สมบุกสมบัน (OFF-ROAD)
- ประเภทรถยนต์: ยางติดรถ (OEM)
ตารางราคายาง GRANDTREK A/T31
| ขนาดขอบยาง | ราคายาง* |
| 17 นิ้ว | 5,800 บาท |
| 18 นิ้ว | 6,800 บาท |
ดูรายละเอียดยาง GRANDTREK A/T31 คลิก!
3. GRANDTREK AT5
แกร่งพร้อมลุยทุกสภาพถนน ไปกับยางรถกระบะ DUNLOP รุ่น GRANDTREK AT5 ยางสาย All-Terrain ที่พัฒนามาให้รับมือในทุกเส้นทาง ด้วยโครงสร้างดอกยางแข็งแกร่ง ผสานเทคโนโลยี Super Abrasion Carbon ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและชะลอการสึกได้มากกว่า 50% พร้อม Handling Stability ที่ช่วยเสริมการทรงตัวและควบคุมรถได้แม่นยำ แม้บนถนนเปียกและเส้นทางที่ท้าทาย
เสริมความมั่นใจทุกจังหวะลุยด้วย Stone Ejector ช่วยสลัดเศษหินออกจากร่องดอกยาง พร้อมออกแบบบล็อกดอกยางขนาดใหญ่ยาวต่อเนื่อง เพื่อกระจายแรงสัมผัสอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการยึดเกาะและการตอบสนองขณะเบรก พร้อมคงความมั่นคงตลอดการขับขี่ และให้ความนุ่มนวลมากกว่ารุ่นเดิมถึง 10% ให้รถกระบะคู่ใจพร้อมทำงานเต็มที่ในทุกวัน
ข้อมูลเพิ่มเติมยางรถกระบะรุ่น GRANDTREK AT5
- ราคายาง: เริ่มต้น 4,100-8,100 บาท*
- ขนาดขอบยาง: 15-20 นิ้ว
- คุณสมบัติเด่น: ทนทานต่อการสึกหรอ, สมบุกสมบัน (OFF-ROAD)
- ประเภทรถยนต์: รถ SUV, รถกระบะ/รถตู้ (Pickup/VAN)
ตารางราคายาง GRANDTREK AT5
| ขนาดขอบยาง | ราคายาง* |
| 15 นิ้ว | 4,100-5,300 บาท |
| 16 นิ้ว | 4,300-4,800 บาท |
| 17 นิ้ว | 4,900-8,100 บาท |
| 18 นิ้ว | 6,100-7,600 บาท |
| 19 นิ้ว | 7,600 บาท |
ดูรายละเอียดยาง GRANDTREK AT5 คลิก!
4. GRANDTREK PT22
ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ กับยางรถกระบะ DUNLOP รุ่น GRANDTREK PT22 สำหรับกลุ่ม SUV และรถอเนกประสงค์สาย Highway Terrain ที่ผสานทั้งความนุ่มเงียบ ความสบาย และความทนทานไว้ได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์แก้มยางและหน้ายางที่พัฒนาขึ้นใหม่ ช่วยดูดซับและลดแรงกระแทกจากพื้นผิวถนน ให้ทุกการเดินทางนุ่มนวล มั่นใจ และผ่อนคลายยิ่งขึ้น ทั้งขับใช้งานในเมือง เดินทางกับครอบครัว และออกทริประยะไกล ก็พร้อมรองรับทั้งวันทำงานและวันพักผ่อน ให้คุณไปได้ทุกจุดหมาย ในทุกจังหวะชีวิต
ข้อมูลเพิ่มเติมยางรถกระบะรุ่น GRANDTREK PT22
- ราคายาง: เริ่มต้น 7,700 บาท*
- ขนาดขอบยาง: 18 นิ้ว
- คุณสมบัติเด่น: นุ่มนวล-นุ่มเงียบ, ควบคุมทิศทาง
- ประเภทรถยนต์: ยางติดรถ (OEM)
ตารางราคายาง GRANDTREK PT22
| ขนาดขอบยาง | ราคายาง* |
| 18 นิ้ว | 7,700 บาท |
ดูรายละเอียดยาง GRANDTREK PT22 คลิก!
5. VANTREK V1 & V1+
พร้อมรับทุกน้ำหนักในทุกเส้นทาง กับ DUNLOP รุ่น VANTREK V1 & V1+ ยางรถกระบะที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการบรรทุกได้เต็มที่ โดยเฉพาะสายขนส่ง ด้วยโครงสร้างยางแข็งแรง พร้อมแก้มยางและหน้ายางดีไซน์ใหม่ ผสานเทคโนโลยี Wide and Flat เพิ่มพื้นที่สัมผัสถนนที่ช่วยกระจายแรงกดและลดการสึกไม่สม่ำเสมอ เสริมด้วย Block Tread ดอกยางแบบบล็อก พร้อม Wide Tread Groove ร่องดอกยางกว้าง ที่ช่วยเสริมการยึดเกาะและรีดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งบนถนนแห้งและเปียก รองรับทั้งงานบรรทุกหนัก ทางลาดชัน และเส้นทางขรุขระ ให้ทุกเที่ยววิ่งไปต่อได้อย่างเต็มกำลัง ทนทานทุกงานหนัก และคุ้มค่าทุกกิโลเมตร
ข้อมูลเพิ่มเติมยางรถกระบะรุ่น VANTREK V1 & V1+
- ราคายาง: เริ่มต้น 2,700-4,400 บาท*
- ขนาดขอบยาง: 14-15 นิ้ว
- คุณสมบัติเด่น: ทนทานต่อการสึกหรอ, รองรับน้ำหนักบรรทุก
- ประเภทรถยนต์: รถกระบะ/รถตู้ (Pickup/VAN)
ตารางราคายาง VANTREK V1 & V1+
| ขนาดขอบยาง | ราคายาง* |
| 14 นิ้ว | 2,700-2,900 บาท |
| 15 นิ้ว | 3,000-4,400 บาท |
ดูรายละเอียดยาง VANTREK V1 & V1+ คลิก!
6. SP LT37
อีกระดับของยางรถกระบะสมรรถนะสูง กับ DUNLOP รุ่น SP LT37 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งงานบรรทุกและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยแก้มยางและหน้ายางดีไซน์ใหม่ที่เพิ่มความนุ่มสบายตลอดการขับขี่ ผสานเทคโนโลยี Rib Tread เสริมเสถียรภาพขณะใช้ความเร็วสูง พร้อมร่อง Slot 4 ร่อง ที่รีดน้ำได้อย่างรวดเร็ว ต้านทานการสึกหรอและยืดอายุการใช้งาน เสริมความแกร่งด้วย Robust Construction โครงสร้างยางพิเศษที่พร้อมรองรับงานบรรทุกอย่างทนทาน ขณะที่ Enhanced Wet and Dry Performance เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะและการเบรกทั้งบนถนนแห้งและเปียก พร้อมลดเสียงรบกวน ให้คุณมั่นใจได้ทั้งในงานหนักและทุกการเดินทาง
ข้อมูลเพิ่มเติมยางรถกระบะรุ่น SP LT37
- ราคายาง: เริ่มต้น 3,100-4,200 บาท*
- ขนาดขอบยาง: 14-16 นิ้ว
- คุณสมบัติเด่น: ทนทานต่อการสึกหรอ, รองรับน้ำหนักบรรทุก
- ประเภทรถยนต์: รถกระบะ/รถตู้ (Pickup/VAN)
ตารางราคายาง SP LT37
| ขนาดขอบยาง | ราคายาง* |
| 14 นิ้ว | 3,100 บาท |
| 15 นิ้ว | 3,700 บาท |
| 16 นิ้ว | 4,200 บาท |
เทคนิคเลือกยางรถกระบะให้คุ้มค่า ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
1. เลือกประเภทของยางรถกระบะให้ตรงกับการใช้งาน
ข้อแรกของการเลือกยางรถกระบะคือ ดูว่าเราใช้งานรถในลักษณะใดเป็นหลัก เพราะยางแต่ละประเภทถูกออกแบบและเลือกใช้เทคโนโลยีมาให้ตอบโจทย์ต่างกัน ทั้งด้านความนุ่มสบาย การยึดเกาะ ความทนทาน และความสามารถในการรองรับเส้นทางที่หลากหลาย
เลือกตามประเภทยางรถกระบะ
- ยางรถกระบะ Highway Terrain (H/T): ออกแบบลายดอกยางให้สัมผัสพื้นถนนได้ต่อเนื่อง ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวล ลดเสียงรบกวน และให้การควบคุมที่มั่นคง เหมาะกับคนที่เน้นความสบายทั้งการขับในเมืองและเดินทางไกล
- ยางรถกระบะ All-Terrain (A/T): ยางอเนกประสงค์ที่บาลานซ์การใช้งานระหว่างถนนทั่วไปกับเส้นทางลุย มีบล็อกดอกยางและร่องยางที่เด่นชัดกว่า H/T เพื่อเพิ่มการยึดเกาะทั้งบนทางฝุ่น กรวด และพื้นผิวขรุขระ เหมาะกับคนที่ใช้รถหลากหลายรูปแบบ
- ยางรถกระบะ Mud-Terrain (M/T): พัฒนามาสำหรับสายออฟโรดที่ต้องเจอเส้นทางหนักมากขึ้น ด้วยบล็อกดอกยางขนาดใหญ่และร่องดอกยางลึก ช่วยให้เกาะถนน ให้โคลน ดิน และเศษวัสดุหลุดออกจากร่องยางได้ง่าย
- ยางรถกระบะ Rugged Terrain (R/T): อยู่กึ่งกลางระหว่าง A/T และ M/T ให้ภาพลักษณ์และสมรรถนะที่ดุดันขึ้นสำหรับการลุย ดอกยางและแก้มยางออกแบบให้แข็งแกร่ง เพิ่มการยึดเกาะบนเส้นทางขรุขระ
ตารางเลือกยางรถกระบะตามไลฟ์สไตล์การขับขี่
| ไลฟ์สไตล์การขับขี่ | คุณสมบัติยางรถกระบะที่ควรมองหา | ประเภทยางที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ |
| รับ-ส่งของในเมืองเป็นหลัก |
|
Highway Terrain (H/T) |
| วิ่งส่งของทางไกลและวิ่งต่างจังหวัด |
|
Highway Terrain (H/T) |
| บรรทุกของหนักเป็นประจำ |
|
|
| ใช้งานทั้งถนนในเมืองและทางฝุ่น |
|
All-Terrain (A/T) |
| ขนของเข้าพื้นที่ก่อสร้างและไซต์งาน |
|
|
| ลุยสวน ไร่ และทางโคลนเป็นประจำ |
|
Mud-Terrain (M/T) |
2. เลือกขนาดยางให้เหมาะสมกับตัวรถกระบะ
ขนาดยางเป็นอีกเรื่องสำคัญที่ควรเช็กก่อนเปลี่ยนยางรถกระบะ เพราะมีผลต่อทั้งการควบคุมรถ การทรงตัว ความนุ่มนวล รวมถึงความสามารถในการรองรับน้ำหนัก โดยวิธีที่ง่ายและมั่นใจที่สุดคือ เลือกขนาดตามสเปกเดิมที่ผู้ผลิตรถกำหนด ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากคู่มือประจำรถ สติกเกอร์บริเวณกรอบประตูฝั่งคนขับ และขนาดยางเดิมที่ติดมากับรถ
โดยตัวเลขบนแก้มยางจะช่วยบอกขนาดและโครงสร้างของยาง เช่น 205/55R16 สามารถอ่านได้ดังนี้
- 205 คือ ความกว้างของหน้ายาง มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร
- 55 คือ อัตราส่วนความสูงของแก้มยาง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับความกว้างของหน้ายาง
- R หมายถึง ยางโครงสร้างแบบ Radial
- 16 คือ เส้นผ่านศูนย์กลางกระทะล้อ มีหน่วยเป็นนิ้ว
3. เลือกลายดอกยางให้ตรงตามสไตล์การขับขี่
การเลือกยางรถกระบะจากลายดอกยาง ส่งผลต่อการยึดเกาะ การรีดน้ำ ความนุ่มเงียบ และความเหมาะสมกับสภาพเส้นทาง ดังนั้น ควรเลือกลายดอกยางให้สอดคล้องกับรูปแบบการขับขี่ของตัวเอง
| ลายดอกยาง | เหมาะกับเส้นทาง | จุดเด่น |
| ลายดอกยางแบบละเอียด (Rib Pattern) | เส้นทางเรียบ เช่น ถนนลาดยาง |
|
| ลายดอกยางแบบบั้ง (Lug Pattern) |
|
|
| ลายดอกยางแบบผสม (Rib-Lug Pattern) | ถนนเรียบและทางลูกรัง |
|
| ลายดอกยางแบบบล็อก (Block Pattern) |
|
|
4. เลือกดัชนีการรับน้ำหนัก (Load Index) ให้เหมาะกับการบรรทุก
ดัชนีการรับน้ำหนัก (Load Index) คือค่าตัวเลขที่บอกว่ายางแต่ละเส้นสามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุดเท่าไร โดยค่าตัวเลขที่สูงขึ้นหมายถึงความสามารถในการรองรับน้ำหนักที่มากขึ้น การเลือกยางรถกระบะจึงควรตรวจสอบ Load Index ให้เหมาะกับน้ำหนักรถและลักษณะการบรรทุก โดยยึดค่าที่ผู้ผลิตรถกำหนดเป็นหลัก และไม่ควรเลือกต่ำกว่าสเปกเดิม โดยเฉพาะรถที่ต้องบรรทุกของหนักและใช้งานเชิงพาณิชย์
เช่น ยางรถกระบะที่มีดัชนีการรับน้ำหนัก (Load Index) 110 รองรับได้ 1,060 กิโลกรัม ต่อเส้น หากใช้ทั้ง 4 ล้อ จะสามารถรองรับน้ำหนักรวมกว่า 1,060 x 4 = 4,240 กิโลกรัม ทั้งนี้ควรตรวจสอบพิกัดน้ำหนักสูงสุดของรถตามที่ผู้ผลิตกำหนดควบคู่กันด้วย
5. เลือกดัชนีความเร็ว (Speed Rating) ให้เหมาะกับการขับขี่
การเลือกยางรถกระบะต้องคำนึงถึงดัชนีความเร็ว (Speed Rating) โดยแสดงเป็นตัวอักษรบนแก้มยาง เช่น R, S, T และ H การเลือกค่า Speed Rating ให้เหมาะสมกับสเปกของรถ จะช่วยให้ยางทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะกับรูปแบบการขับขี่มากยิ่งขึ้น
| ดัชนีความเร็วของยาง (Speed Rating) | ความเร็วสูงสุด (กม./ชม.) |
| L | 6,600 บาท |
| M | 4,800 บาท |
| N | 6,000-8,900 บาท |
| Q | 7,300-8,600 บาท |
| R | 6,300-10,900 บาท |
| S | 10,500 บาท |
| T | 11,000 บาท |
| U | 4,800 บาท |
| H | 4,800 บาท |
| V | 4,800 บาท |
| Z | 4,800 บาท |
| W | 4,800 บาท |
| Y | 4,800 บาท |
6. เลือกยางที่มีค่าแรงต้านการหมุนต่ำ (Rolling Resistance) ประหยัดน้ำมัน
เนื่องจากรถกระบะต้องใช้งานหนักทั้งในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล จึงควรเลือกยางที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งาน โดยเฉพาะยางที่มีแรงต้านการหมุนต่ำ (Rolling Resistance) ซึ่งช่วยลดการสูญเสียพลังงานขณะขับขี่ โดยพิจารณาจากการออกแบบโครงสร้างยางและส่วนผสมของเนื้อยาง อย่าง DUNLOP GRANDTREK AT25 ที่ใช้ส่วนผสมเนื้อยาง Silica Compound ช่วยลดแรงต้านการหมุน ประหยัดน้ำมัน และเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะ บนสภาพถนนที่หลากหลาย
คำถามน่ารู้เกี่ยวกับยางรถกระบะ
ยางรถกระบะแตกต่างจากยางรถเก๋งอย่างไร?
ยางรถกระบะแตกต่างจากยางรถเก๋งที่มีโครงสร้างแข็งแรงกว่า เพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกและการใช้งานที่หนักกว่า มีความทนทานต่อสภาพถนนหลากหลาย ทั้งทางเรียบ ทางขรุขระ และการใช้งานแบบสมบุกสมบัน ส่วนยางรถเก๋งจะเน้นความนุ่ม เงียบ และการควบคุมที่ดีในการขับขี่ทั่วไป ดังนั้นยางรถกระบะจึงมาพร้อมเทคโนโลยีที่เน้นความแข็งแรง อายุการใช้งาน และความมั่นใจในการขับขี่มากกว่า
ยางรถกระบะควรเปลี่ยนทุกกี่กิโลเมตร?
ยางรถกระบะควรเปลี่ยนเมื่อใช้งานประมาณ 40,000-50,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน ลักษณะการขับขี่ และสภาพถนน โดยควรตรวจเช็กดอกยาง รอยแตกลายงา และสภาพยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีที่สุด
ยางรถกระบะเติมลมเท่าไรจึงเหมาะสม?
ยางรถกระบะควรเติมลมตามลักษณะการใช้งาน โดยกรณีไม่บรรทุก แนะนำที่ประมาณ 32–35 PSI เพื่อให้ขับขี่นุ่มนวลและควบคุมรถได้ดี ส่วนกรณีบรรทุกหนัก ควรเพิ่มแรงดันลมเป็นประมาณ 35-40 PSI เพื่อรองรับน้ำหนัก ลดการสึกหรอ และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ยางรถกระบะบรรทุกหนักควรเลือกแบบไหน?
ยางรถกระบะสำหรับการบรรทุกหนักควรเลือกยางที่มีโครงสร้างแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี และมีความทนทานสูง โดยควรพิจารณา ดัชนีการรับน้ำหนัก (Load Index) ให้เหมาะสมกับน้ำหนักบรรทุก รวมถึงเลือกยางที่มีแก้มยางและโครงสร้างออกแบบมาสำหรับงานหนัก เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดการสึกหรอ และรองรับการใช้งานหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ควรเลือกยางรถกระบะที่มีแก้มยางสูงหรือเตี้ย?
การเลือกยางรถกระบะที่มีแก้มยางสูงหรือแก้มยางเตี้ยควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งานเป็นหลัก หากใช้งานบรรทุกที่ขับบนเส้นทางขรุขระและต้องการความนุ่มนวลและทนทาน ควรเลือก ยางแก้มสูงที่ช่วยซับแรงกระแทกได้ดี แต่หากเน้นการขับขี่บนถนนเรียบ สามารถควบคุมเข้าโค้งมั่นใจ และรูปลักษณ์สปอร์ต ควรเลือกยางแก้มเตี้ยจะเหมาะสมกว่า
ทุกเส้นทางของรถกระบะ เริ่มต้นจากการเลือกและดูแลยางที่ถูกวิธีกับ DUNLOP
- ยางใหม่ค้างปี VS ยางปีปัจจุบัน ต่างกันจริงไหม เลือกแบบไหนดี?
- ยางอะไหล่มีขนาดไม่เท่ากัน ใช้แทนกันได้ไหม?
- สัญญาณยางรถยนต์เสื่อมสภาพ เช็กง่ายใน 5 นาที
- ลมไนโตรเจนดีไหม ช่วยถนอมยางได้จริงหรือเปล่า
- เช็กรถก่อนเดินทางไกลอย่างไร ให้ปลอดภัยตลอดทาง
- ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ คืออะไร ควรทำตอนไหน? พร้อมข้อดีที่ไม่ควรมองข้าม
- การสลับยาง ถ่วงล้อคืออะไร ควรทำเมื่อไหร่?
- เปลี่ยนยางรถยนต์ 4 เส้น vs 2 เส้น หรือทีละ 1 เส้น แบบไหนดีกว่ากัน ?
- สาเหตุหลักที่ทำให้ดอกยางรถยนต์สึกเร็ว พร้อมบอกวิธีป้องกัน
- ยางรถซึม: สาเหตุ อาการ วิธีเช็ก และวิธีแก้
- รถยางรั่ว-ยางแบน เกิดจากอะไร ควรแก้ไขอย่างไร สามารถขับต่อได้ไหม?
- ปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับยางรถยนต์ พร้อมบอกวิธีแก้ไขเบื้องต้น
- เลือกขนาดล้อแม็กยังไงให้พอดีกับรถ ไม่กินยาง ไม่กินน้ำมัน
- พวงมาลัยสั่นที่ความเร็วเกิน 80, 100, 120 กม./ชม. เกิดจากอะไร
- แนะนำยางออฟโรดยอดนิยม คุณภาพเยี่ยม ราคาน่าใช้ ตอบโจทย์สายลุย
พร้อมสู้ทุกเส้นทาง บรรทุกหนักแค่ไหนก็ไม่หวั่น เลือกยางรถกระบะ DUNLOP
ลุยทุกเส้นทางท้าทายได้อย่างมั่นใจ บรรทุกหนักแค่ไหนก็พร้อมไปต่อ ด้วยยางรถกระบะ DUNLOP ที่ออกแบบมาให้รองรับการใช้งานหลากหลาย ทั้งการเดินทางบนถนนและเส้นทางสมบุกสมบัน พร้อมสมรรถนะการยึดเกาะและความแข็งแกร่งที่ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างมั่นใจในทุกภารกิจ ไม่ว่าจะขนของ ทำงาน หรือออกทริป ก็พร้อมพาคุณลุยไปได้สุดทุกเส้นทาง สามารถค้นหาศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายยาง DUNLOP ใกล้บ้านคุณได้










