ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่ ให้ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์

เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ การดูแลรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพดีจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยหนึ่งในส่วนประกอบพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็คือ น้ำมันเครื่อง ซึ่งเป็นสารหล่อลื่นที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของเครื่องยนต์ทั้งหมด ในบทความนี้ดันลอปจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญของน้ำมันเครื่อง เวลาที่ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากปล่อยให้น้ำมันเครื่องหมดสภาพการใช้งาน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ขับขี่ทุกคน น้ำมันเครื่องคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร น้ำมันเครื่องเปรียบเสมือนเป็นผู้ดูแล หรือตัวกลางในการทำงานของเครื่องยนต์ทั้งหมด ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีความสำคัญดังนี้ 1. หล่อลื่นชิ้นส่วน หน้าที่หลักของน้ำมันเครื่องคือการสร้างฟิล์มบางๆ เคลือบผิวโลหะของชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนไหวในเครื่องยนต์ เช่น ลูกสูบ เพลา และข้อเหวี่ยง เพื่อลดการเสียดสีโดยตรง ช่วยป้องกันการสึกหรอ ลดความร้อน และยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้นานยิ่งขึ้น 2. ระบายความร้อนเครื่องยนต์ ขณะเครื่องยนต์ทำงาน จะเกิดความร้อนสะสมจากการเผาไหม้และการเสียดสี โดยน้ำมันเครื่องมีหน้าที่เข้าไปเคลือบชิ้นส่วนต่างๆเพื่อลดการเสียดสี และดูดซับเอาความร้อนออกมาลงสู่อ่างน้ำมันเครื่อง เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิของเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ร้อนจนเกินไป 3. รักษาความสะอาดเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่องมีคุณสมบัติในการชะล้างสิ่งสกปรก คราบเขม่า ตะกอน และอนุภาคโลหะขนาดเล็กที่เกิดจากการสึกหรอและเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์ ไปรวมและกรองออกบริเวณไส้กรองน้ำมันเครื่อง ผู้ใช้รถจึงควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่เมื่อถึงเวลากำหนดเสมอ เพื่อคงความสะอาดของน้ำมันเครื่องให้ได้มากที่สุด 4. ป้องกันสนิมการกัดกร่อน ในน้ำมันเครื่องมีสารเพิ่มคุณภาพที่ช่วยป้องกันสนิม (Rust Inhibitor) โดยเข้าไปยึดเกาะผิวโลหะ […]
รถสตาร์ทไม่ติดเกิดจากอะไร แล้วแก้ไขอย่างไรได้บ้าง?

รถสตาร์ทไม่ติด เป็นเหตุการณ์ที่ผู้ใช้รถทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้เสียเวลาแล้ว ยังสร้างความกังวลใจให้เราอีกด้วย บทความนี้ DUNLOP จะพาทุกคนไปดูถึงสาเหตุของปัญหารถสตาร์ทไม่ติด พร้อมวิธีแก้ไขเบื้องต้น และวิธีป้องกันไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นในอนาคต สาเหตุของรถสตาร์ทไม่ติด และวิธีแก้ไขเบื้องต้น รถสตาร์ทไม่ติดอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย แต่สิ่งแรกที่ผู้ขับขี่ควรทำคือตั้งสติ และค่อยๆตรวจสอบถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ 1. แบตเตอรี่หมดหรือเสื่อมสภาพ เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุด มักเกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน หรือพฤติกรรมการใช้งานเช่น รถที่จอดทิ้งไว้ไม่ไดใช้งานนานๆ เผลอเปิดไฟรถทิ้งไว้ หรือไม่ได้ดูน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ซึ่งผู้ใช้รถสามารถสังเกตอาการได้จาก ไฟแจ้งเตือนแบตเตอรี่บนหน้าปัด ไฟหน้าปัดอ่อน หรือสตาร์ทรถไม่ติดเลย วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือ ทำการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ โดยใช้สายจั๊มพ์แบตเชื่อมเข้ากันระหว่างแบตเตอรี่ของรถคันที่แบตหมด และรถที่มาช่วยจัมพ์แบต เพื่อถ่ายเทประจุไฟฟ้าให้แบตเตอรี่กลับมาใช้ได้ชั่วคราว แต่วิธีนี้มีขั้นตอนที่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะถ้าหากทำไม่ถูกวิธีอาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรและส่งผลเสียต่อตัวรถและผู้ใช้รถได้ 2. ขั้วแบตเตอรี่สกปรก ขั้วแบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญในการจ่ายไฟให้กับระบบไฟฟ้าในรถยนต์ทั้งหมด หากไม่ค่อยได้ดูแลความสะอาด มักเกิดคราบขี้เกลือหรือคราบกรดขึ้นได้ ซึ่งมีลักษณะคล้ายผงแป้งสีขาวหรือสีฟ้าเกาะอยู่รอบๆบริเวณขั้วแบตเตอรี่ หากปล่อยทิ้งไว้คราบเหล่านี้จะไปปิดกั้นการจ่ายกระแสไฟฟ้า ไม่ให้ไหลผ่านขั้วแบตเตอรี่ ส่งผลให้รถสตาร์ทไม่ติดได้ด้วยเช่นกัน วิธีแก้ไขคือ นำน้ำร้อนไปเทลงบริเวณคราบขี้เกลือให้ทั่วแบตเตอรี่ แล้วใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดออกให้สะอาด โดยหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าแห้งเพราะอาจทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตได้ 3. ไดสตาร์ทเสีย ไดสตาร์ทคืออุปกรณ์ทำหน้าที่สตาร์ทเครื่องยนต์โดยเฉพาะ โดยต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ […]
ยางแท่นเครื่องเสื่อมสภาพ สัญญาณที่ควรระวังและวิธีการตรวจสอบ

อีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ขับขี่รถยนต์อาจจะต้องเผชิญ เมื่ออยู่ๆ รถยนต์ของคุณก็มีอาการสั่นทั้งที่จอดอยู่ หรือเป็นหนักขึ้นขณะขับขี่ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณอาจจะกำลังเจอปัญหายางแท่นเครื่องเสื่อมนั่นเอง ซึ่งหากปล่อยไว้อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้! เพื่อความชัวร์คุณสามารถลองตรวจเช็กง่ายๆ แค่สังเกตว่ารถยนต์ของคุณมีอาการผิดปกติตามนี้หรือไม่ ยางแท่นเครื่อง ทำหน้าที่อะไร ก่อนอื่นมารู้จักกับยางแท่นเครื่อง หนึ่งในชิ้นส่วนของระบบเครื่องยนต์ อยู่ตำแหน่งเชื่อมต่อระหว่างเครื่องรถยนต์กับตัวถังรถยนต์ มีหน้าที่สำคัญในการยึดและประคองเครื่องยนต์ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง โดยลักษณะของยางแท่นเครื่องถูกออกแบบมาให้ยืดหยุ่น เพื่อดูดซับแรงสั่นสะเทือน ลดแรงสะบัด ทำให้ควบคุบการขับขี่ได้ดี และป้องกันความเสียหายที่เกิดกับอะไหล่ชิ้นส่วนอื่นๆ เช่น สายพานหรือท่อต่างๆ ที่เชื่อมกับเครื่องยนต์ พร้อมเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ และลดเสียงรบกวนในห้องโดยสารอีกด้วย ซึ่งรถยนต์แต่ละคันนั้นจะมีลูกยางรองรับหลายลูก แตกต่างกันขึ้นอยู่กับรุ่นรถยนต์นั้นๆ แต่ไม่ว่าจะอยู่จุดไหน หากเริ่มเสื่อมสภาพก็จะแสดงอาการผิดปกติออกมาอย่างเห็นได้ชัด ตำแหน่งยางแท่นเครื่อง ตามที่กล่าวข้างต้นแล้วว่า รถยนต์แต่ละรุ่นจะมียางแท่นเครื่องไม่เหมือนกัน แต่โดยส่วนใหญ่มักมี 4 จุด ดังนี้ 1. ติดตั้งไว้ที่ด้านหน้ารถยนต์บริเวณใกล้หม้อน้ำ สำหรับยางแท่นเครื่อง 1 ตัว เพื่อช่วยรองรับน้ำหนักของเครื่องยนต์ส่วนบน และป้องกันเครื่องยนต์กระดกในแนวหน้า-หลัง 2. บริเวณใกล้ผนังห้องเครื่องยนต์ด้านหน้า เพื่อช่วยป้องกันการกระแทกของตัวรถ 3. บริเวณซุ้มล้อหน้าทั้งสองข้าง แถว ๆ สายพานหน้าเครื่องยนต์ จะมีขนาดใหญ่เล็กน้อย ทำหน้าดูดซับแรงสั่นสะเทือนและแรงกระแทกขณะการขับขี่ […]
เลือกยาง SUV หรือยางสำหรับรถอเนกประสงค์ ให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่

ยาง SUV คืออะไร? ยาง SUV คือยางที่ถูกออกแบบมาเพื่อรถ SUV หรือรถอเนกประสงค์โดยเฉพาะ โดยคำว่า SUV ย่อมาจาก Sports Utility Vehicle แปลว่า รถสปอร์ตอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย สมบึกสมบันแต่มีดีไซน์สปอร์ตสวยงาม ครอบคลุมไปถึงรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย 4 ล้อ ซึ่งเป็นรถอีกประเภทหนึ่งที่ผู้ขับขี่นิยมเลือกใช้กันมาก ดังนั้นการเลือกยาง SUV ให้เหมาะสมนั้น ไม่เพียงแค่เลือกให้เหมาะกับประเภทรถของเรา แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่ด้วย เนื่องจากในปัจจุบันมีการผลิตยาง SUV ออกมาหลากหลายรูปแบบ เพื่อจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องเลือกยางให้ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด ทำความรู้จักประเภทของยาง SUV ก่อนเลือกใช้งาน ปัจจุบัน ยาง SUV ถูกออกแบบและพัฒนามาหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันดังนี้ 1. ยาง SUV กลุ่ม All Terrain (AT) เป็นยางที่รองรับการใช้งานบนทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบ ทางขรุขระ ถนนลูกรัง พื้นถนนคอนกรีตหรืออฟโรดเบาๆ ด้วยโครงสร้างที่มีความทนทาน […]
เลือกยางรถกระบะ ให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ

หากพูดถึงรถยอดนิยมในประเทศไทยที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย คงหนีไม่พ้นรถกระบะ เพราะไม่ว่าจะเป็นใช้เดินทางทั่วไป ขนของหรือลุยวิบาก รถกระบะล้วนตอบโจทย์ได้ทั้งสิ้น และที่สำคัญคือแข็งแกร่ง ทนทานมากกว่ารถประเภทอื่นๆ จึงถูกเลือกมาใช้เป็นจำนวนมาก และด้วยความสามารถในการใช้งานที่หลากหลายนี้ ปัจจุบันจึงมียางรถกระบะให้เลือกมากมายตามวัตถุประสงค์การขับขี่ ดันลอปจึงจะพาทุกท่านไปดูวิธีการเลือกยางรถกระบะว่าควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน เทคนิคการเลือกยางรถกระบะให้ตอบโจทย์การใช้งาน 1. เลือกขนาดยางให้เหมาะสมกับรถ การเลือกยางรถกระบะให้พอดี ผู้ขับขี่สามารถอ้างอิงขนาดยางที่เหมาะสมได้จากคู่มือรถ หรือสติกเกอร์แนะนำยางรถยนต์ ซึ่งมักถูกติดอยู่บริเวณประตูฝั่งคนขับหรือฝาถังน้ำมัน ยกตัวอย่างเช่น มีขนาดยางที่เหมาะสมคือ 245/65R17 โดยสามารถอธิบายเลขและตัวอักษรต่างๆได้ดังนี้ เลข 245 คือ ความกว้างของหน้ายางโดยมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร เลข 65 คือ อัตราส่วนความสูงของแก้มยางต่อความกว้างหน้ายางโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวอักษร R คือ โครงสร้างของยางแบบเรเดียล ซึ่งเป็นโครงสร้างที่นิยมใช้ในปัจจุบัน เลข 17 คือเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อ เพื่อบ่งบอกถึงขนาดกระทะล้อที่สามารถใส่ได้ โดยมีหน่วยเป็นนิ้ว 2. เลือกประเภทของยางรถกระบะให้ตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยทั่วไปยางรถกระบะ ถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักแตกต่างไปตามการใช้งานดังนี้ All-Terrain (A/T) เป็นยางอเนกประสงค์ใช้ได้กับทั้งการขับขี่บนถนนทั่วไปหรือออฟโรดเบาๆ ด้วยดอกยางที่มักถูกออกแบบมาให้มีความหนาใหญ่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะได้ดีมากยิ่งขึ้น […]
วิธีเลือกขนาดยางรถตู้ หรือรถ MPV ให้เหมาะกับการใช้งาน

รถตู้ หรือรถ MPV เป็นรถประเภทหนึ่งที่ผู้ขับขี่เลือกใช้กันมาก ด้วยความอเนกประสงค์ในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นบรรทุกผู้โดยสาร ขนของ หรือเดินทางไกล ดังนั้นการเลือกขนาดยางรถตู้ หรือรถ MPV ให้พอดี เพื่อตอบโจทย์วัตถุประสงค์การเดินทางจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรให้ความใส่ใจ เลือกขนาดยางรถตู้ยังไงจึงเหมาะสม? 1. เลือกขนาดยางให้ตรงกับคู่มือรถยนต์ ในคู่มือของรถตู้ทุกรุ่นจะมีระบุขนาดยางมาตรฐานที่เหมาะสมกับรถไว้ โดยผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบได้ผ่านคู่มือรถยนต์ หรือดูที่สติ๊กเกอร์แนะนำข้อมูลยางที่มักถูกติดอยู่ที่บริเวณประตูข้างคนขับ ฝาถังเติมน้ำมัน หรือฝากระโปรงหน้ารถดังตัวอย่างภาพด้านล่างนี้ เห็นได้ว่าขนาดยางมาตรฐานที่เหมาะสมกับรถคันนี้คือ 205/65R16 95H โดยอธิบายความหมายของตัวเลขและตัวอักษรแต่ละตัวได้ดังนี้ 205 คือ ขนาดของความกว้างหน้ายาง ซึ่งมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร 65 คือ ความสูงของแก้มยางโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของความกว้างหน้ายาง R คือ ชนิดของยางเรเดียล ซึ่งเป็นยางที่นิยมใช้ในปัจจุบัน 16 คือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อ โดยมีหน่วยเป็นนิ้ว 95 คือ ดัชนีการรับน้ำหนักที่ยางหนึ่งเส้นสามารถรองรับได้ H คือ ดัชนีความเร็วที่ยางสามารถรองรับได้ 2. เลือกดัชนีการรับน้ำหนักให้เหมาะสมกับการบรรทุก ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถตู้ […]
ยางรถยนต์ขอบ 16 นิ้ว สมดุลของความนุ่มเงียบ ยึดเกาะถนนดี

เมื่อต้องเปลี่ยนยางรถยนต์ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้ขับขี่ต้องพิจารณาคือขนาดของขอบยาง ซึ่งมีผลต่อสมรรถนะการขับขี่ ความนุ่มนวล และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา โดยขนาดขอบยางยอดนิยมที่ใช้กันค่อนข้างมากในรถหลายรุ่นก็คงหนีไม่พ้น ขนาดขอบยาง 16 นิ้ว บทความนี้ ดันลอปจึงจะพาทุกคนไปรู้จักกับ ยางรถยนต์ขอบ 16 นิ้ว ว่า มีข้อดีอย่างไร เหมาะสำหรับรถประเภทใด เลือกยางขอบ 16 นิ้วอย่างไร และปิดท้ายด้วยการแนะนำรุ่นยางคุณภาพดีขอบ 16 นิ้วจาก Dunlop เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ข้อดีของยางรถยนต์ขอบ 16 นิ้ว ขับสบายนุ่มนวล ยางขอบ 16 นิ้วมีแก้มยางที่หนากว่ายางขอบ 17 หรือ 18 นิ้ว ซึ่งช่วยลดแรงกระแทกบนถนนขรุขระได้ดีกว่า ส่งผลให้การขับขี่มีความนุ่มนวลและรู้สึกสบายมากขึ้น ราคาคุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับยางรถยนต์ขนาดอื่นที่ใหญ่กว่า ยางขนาด 16 นิ้ว ถือเป็นยางที่มีราคาถูกและมีตัวเลือกให้เปรียบเทียบมากกว่า ประหยัดน้ำมัน ด้วยขนาดที่กำลังดีไม่ใหญ่จนเกินไป และในบางรุ่นถูกออกแบบมาให้มีแรงต้านทางการหมุนต่ำ จึงช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีขอบยางขนาดอื่นๆ กว่า มีตัวเลือกหลากหลาย เนื่องจากยางรถยนต์ขอบ 16 นิ้วเป็นขนาดยางมาตรฐานในรถยนต์หลายรุ่น จึงมีตัวเลือกมากกว่าขนาดยางอื่นๆ […]
เปลี่ยนยางรถยนต์ 4 เส้น vs .2 เส้น หรือทีละ 1 เส้น แบบไหนดีกว่ากัน ?

ยางรถยนต์คือหนึ่งในส่วนประกอบหลักที่ช่วยให้การเดินทางปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการตรวจเช็กยางรถยนต์ และเปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อเสื่อมสภาพหรือหมดอายุการใช้งาน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรให้ความใส่ใจ บทความนี้ดันลอปจะพาทุกคนไปดูกันว่า สัญญาณอะไรบ้างที่เป็นการบ่งบอกว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนยางรถยนต์แล้ว และตอบคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการเปลี่ยนยางว่าควรเปลี่ยนยางทีละกี่เส้น เพื่อให้ได้สมรรถนะในการขับขี่ที่ดีที่สุด และปลอดภัยให้ได้มากที่สุด สัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนยางรถยนต์ เมื่อยางรถยนต์เสื่อมสภาพการใช้งาน มักจะมีสัญญาณบางอย่างบ่งบอกเพื่อเป็นการเตือนผู้ขับขี่ให้สามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง เช่น 1. ร่องดอกยางเริ่มตื้น โดยปกติยางรถยนต์ใหม่จะมีความลึกของร่องดอกยางอยู่ที่ประมาณ 7-9 มิลลิเมตร ซึ่งถ้าหากลองวัดร่องดอกยางแล้วพบว่ามีความลึกเหลือต่ำกว่า 1.6 มม. หรือใกล้ถึงสะพานยาง (ดังตัวอย่างภาพด้านล่าง) แนะนำให้ควรเปลี่ยนยางทันที 2. เนื้อยางแข็งกระด้าง ยางรถยนต์โดยทั่วไปจะต้องมีความนิ่ม ยืดหยุ่นได้ดี เพื่อช่วยในเรื่องของการเบรกและเข้าโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถเช็กได้ง่ายๆว่ายางแข็งหรือไม่ โดยการลองใช้เล็บจิกลงไปบนเนื้อยาง หากยางมีความแข็งจนไม่สามารถทิ้งรอยเล็บไว้ได้ แสดงว่าถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนยางรถยนต์แล้ว 3. ยางบวมผิดปกติ อาการยางบวมส่วนใหญ่จะเกิดได้จากการตกหลุม หรือเกิดการเสียดสีอย่างรุนแรง จนทำให้ยางบวม และหากฝืนขับต่อไปอาจจะเสี่ยงเกิดการระเบิดระหว่างขับขี่ได้ 4. พบบาดแผลภายนอกยางรถยนต์ เช่นมีรอยร้าว รอยฉีก รอยแตกลายงา ที่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งการฝืนใช้ต่อไปเท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการระเบิด และเกิดอุบัติเหตุระหว่างขับขี่ได้ 5. ยางหมดอายุการใช้งาน โดยทั่วไปยางรถยนต์มีอายุการใช้งานที่แนะนำอยู่ที่ประมาณ 4-5 ปี หากเกินอายุการใช้งาน ควรทำการเปลี่ยนยางรถยนต์เพื่อประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีและปลอดภัย […]
เช็กลมยางรถกระบะ เติมเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?

รถกระบะเป็นรถยอดนิยมที่ผู้ขับขี่หลายคนเลือกใช้ เนื่องด้วยคุณสมบัติและความหลากหลายในการใช้งาน แต่เชื่อว่าหลายคนคงมีข้อสงสัยว่า ควรเติมลมยางรถกระบะเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม วันนี้ดันลอปเลยจะพาทุกคนไปดูวิธีการเช็กและเติมลมยางรถกระบะให้ถูกต้องและแม่นยำ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ทำไมการเติมลมยางรถกระบะให้พอดีถึงสำคัญ การเติมลมยางรถกระบะให้เหมาะสมไม่เพียงแต่จะเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ แต่ยังช่วยในเรื่องการประหยัดน้ำมันและการถนอมรถ เนื่องด้วยความดันลมยางที่พอดีจะช่วยลดแรงเสียดทางระหว่างยางกับพื้นถนน เครื่องยนต์จึงไม่ต้องทำงานหนักมากเกินไป ไม่สิ้นเปลืองพลังงาน แล้วยังช่วยลดการสึกหรอของหน้ายางให้มีอายุการใช้งานได้นานมากยิ่งขึ้น ค่าลมยางที่เหมาะสมกับรถกระบะคือเท่าไหร่ โดยทั่วไปแล้ว รถกระบะควรเติมความดันลมยางอยู่ที่ประมาณ 35 – 40 PSI (ปอนด์) ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่ารถเก๋งหรือรถยนต์ทั่วไป ยิ่งถ้าหากมีการบรรทุกของหนัก ก็ควรเติมลมยางให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ยางสามารถรองรับน้ำหนักที่มากกว่าปกติได้ โดยยกตัวอย่างค่าความดันลมยางที่เหมาะกับรถกระบะโดยประมาณได้ดังนี้ ซึ่งนี่เป็นการประมาณค่าความดันลมยางเบื้องต้นเท่านั้น หากผู้ขับขี่ต้องการรู้ค่าความดันลมยางรถกระบะอย่างแม่นยำและเหมาะสม ดันลอปขอแนะนำให้ดูคู่มือประจำรถกระบะแต่ละรุ่น หรือสติ๊กเกอร์แนะนำค่าลมยาง ที่มักจะถูกติดอยู่บริเวณประตูข้างคนขับ ดังรูปตัวอย่างด้านล่าง จากภาพตัวอย่าง จะเห็นว่าค่าความดันลมยางที่เหมาะสมสำหรับรถกระบะคันนี้คือ 35 PSI ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง (H: Half Load) แต่หากมีการบรรทุกของหนักมากขึ้น (M: Maximum Load) แนะนำให้คงลมยางล้อหน้าไว้ที่ 35 PSI และเพิ่มลมยางล้อหลังเป็น 41 PSI เพื่อให้ยางรองรับน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น เพื่อช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุระหว่างขับขี่ ผลกระทบของการเติมลมยางรถกระบะที่ไม่เหมาะสม ในกรณีที่เติมลมยางรถกระบะมากเกินไป จะส่งผลให้ […]
วิธีเลือกขนาดยางรถตู้ให้เหมาะกับการขับขี่ในเมืองและเดินทางไกล

อย่างที่รู้กันว่า การเลือกยางรถตู้ให้เหมาะสมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะทุกอย่างล้วนมีผลต่อความปลอดภัย ความนุ่มนวลในการขับขี่ หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมัน ยิ่งถ้าคุณต้องขับรถตู้ทั้งในเมืองที่รถติดๆ บวกกับออกไปเที่ยวต่างจังหวัดบ่อยๆ การเลือกยางให้เหมาะสมกับการใช้งานทั้งสองแบบก็ยิ่งสำคัญเข้าไปใหญ่ ดังนั้น บทความนี้ Dunlop จะพาคุณไปเจาะลึกวิธีเลือกขนาดยางรถตู้ที่ใช่ เพื่อให้การขับขี่ของคุณทั้งในเมือง – นอกเมืองเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุด ปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาในการเลือกขนาดยางรถตู้ให้ “ปัง” ทุกการเดินทาง การเลือกยางสำหรับรถตู้เปรียบเสมือนการเลือกคู่หูเดินทางที่ใช่ เพราะยางที่ดีจะส่งผลต่อประสบการณ์การขับขี่ของคุณโดยตรง ซึ่งปัจจัยหลักที่คุณต้องพิจารณาในการเลือกขนาดยางรถตู้ให้เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง มี 6 ข้อหลักๆ ดังนี้ ขนาดยางเดิม ในการตรวจสอบขนาดยางเดิมของรถตู้ คุณสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การดูที่แก้มยางซึ่งจะระบุขนาด ความกว้าง และอัตราส่วนความสูงของแก้มยางเทียบกับความกว้างของหน้ายาง เช่น 215/65R16 หรือตรวจสอบในคู่มือที่มากับรถ ซึ่งจะระบุขนาดยางมาตรฐานที่โรงงานผู้ผลิตแนะนำ นอกจากนี้ คุณยังสามารถดูที่ป้ายข้อมูลรถที่มักจะติดอยู่ที่เสาประตูหรือฝากระโปรงหน้ารถได้อีกด้วย น้ำหนักบรรทุก ทั้งรถตู้บรรทุกหนักและรถตู้โดยสาร ต่างต้องการยางที่มีดัชนีน้ำหนักบรรทุกที่เหมาะสมกับการใช้งาน โดยรถตู้บรรทุกหนักจำเป็นต้องใช้ยางที่มีดัชนีสูง เพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกได้เต็มประสิทธิภาพ ขณะที่รถตู้โดยสาร การเลือกยางที่มีดัชนีน้ำหนักบรรทุกที่เหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสารและสัมภาระก็เพียงพอ สภาพการใช้งาน การเลือกยางรถตู้ควรคำนึงถึงสภาพการใช้งานด้วย หากเน้นการขับขี่ในเมือง ควรเลือกยางที่ให้ความเงียบ […]