วิธีเช็กยางใหม่หรือยางเก่า จากตัวเลขบนแก้มยาง

การเช็กว่ายางใหม่หรือยางเก่า สามารถทำได้มากกว่าการเช็กสภาพยางภายนอก นั่นคือการสังเกตที่รหัสยาง เพราะจะระบุปีที่ผลิตไว้ผ่านรหัสยางบนแก้มยางนั่นเอง และสำหรับใครที่กำลังอยากเปลี่ยนยางใหม่ “ตัวเลขบนแก้มยาง” จะช่วยบอกขนาด ลงลึกถึงรายละเอียดของยาง ไปจนถึงสมรรถนะของยางรถยนต์เส้นนั้น ๆ เพื่อให้เราใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ มาพร้อมกับการขับขี่ที่ปลอดภัยทุกเส้นทาง รหัสยางสำคัญอย่างไร การอ่านตัวเลข ตัวอักษร และสัญลักษณ์ต่าง ๆ บนยางรถยนต์นั้นช่วยให้รู้จักยางรถยนต์ที่ตัวเองใช้มากขึ้น สำหรับการขับขี่หรือเปลี่ยนยางใหม่ในอนาคต และนอกจากจะรู้ปีที่ผลิตยางเส้นนั้น ๆ แล้ว ยังสามารถลงลึกถึงค่าต่าง ๆ จากรหัสยางและตัวเลขบนแก้มยาง เช่น ความกว้างของหน้ายาง ความสูงของแก้มยาง ชนิดของยาง เส้นผ่านศูนย์กลางของล้อ ดัชนีการรับน้ำหนัก รวมไปถึงค่าความเร็วสูงสุด เพิ่มความมั่นใจสำหรับการขับขี่ได้ปลอดภัย หรือเพื่อเปลี่ยนยางเส้นใหม่ ตรวจสอบวันเดือนปีที่ผลิตจากรหัสยาง อีกหนึ่งทริกที่จะช่วยให้การเลือกเปลี่ยนยางรถยนต์ของคุณนั้นมั่นใจมากขึ้น คือ การเช็กว่า ยางนั้น ๆ เป็นยางใหม่หรือยางเก่าจากรหัสยางตัวยางรถยนต์ ไม่ให้เสียรู้เผลอได้ยางเก่ามาใช้งาน โดยวันที่ผลิตยางจะระบุอยู่บริเวณแก้มยางด้านนอก เป็นตัวเลขจำนวน 4 หลัก (WWYY) ซึ่งยางเส้นที่ผลิตขึ้นหลังปี ค.ศ.2000 จะต้องระบุตัวเลขดังกล่าวตามหลักมาตรฐานสากล วิธีการอ่านตัวเลขให้เริ่มจากตัวเลข 2 หลักด้านหน้า […]
เช็กรถก่อนเดินทางไกลอย่างไร ให้ปลอดภัยตลอดทาง

การออกเดินทางไกลด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นความสุขของผู้ขับขี่หลายคน ไม่ว่าจะเป็นการขับรถขึ้นเขาชมวิว หรือเดินทางข้ามจังหวัดไปท่องเที่ยว หรือเยี่ยมญาติ แต่เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจตลอดเส้นทาง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการเช็กรถก่อนเดินทางไกล ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ในบทความนี้ดันลอปจึงได้รวบรวมวิธีเช็กรถก่อนเดินทางไกลแบบง่ายๆ ที่ผู้ใช้รถทุกคนสามารถสังเกตได้ด้วยตนเองดังนี้ 1. ระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ : คือสิ่งแรกในรถที่ควรเช็กก่อนเดินทางไกล เช็กระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ว่ายังคงมีปริมาณพอดี โดยน้ำกลั่นต้องกระทบกับเดือย หรือปลายพลาสติกในรูน้ำกลั่น ส่วนขั้วแบตเตอรี่ต้องสะอาด ไม่มีคราบเกลือสีขาวหรือเขียวเกาะ และสังเกตตาแมว หรือ Indicator Sign ว่าสถานะแบตเตอรี่เป็นอย่างไร หากเป็นสีเขียวหรือสีฟ้า แสดงว่าแบตเตอรี่ไฟเต็ม สีแดง แสดงถึงน้ำกลั่นแห้ง ควรเติมน้ำกลั่นเข้าไปให้มีปริมาณเพียงพอ และสีขาว แสดงถึงแบตเตอรีไฟอ่อน ควรชาร์จไฟทันที ไฟส่องสว่าง: ตรวจเช็กไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟถอยหลัง และไฟตัดหมอกต้องทำงานได้ปกติทุกดวง ไม่มีหลอดไหนขาด และส่องสว่างได้ดี 2. ระบบเบรก น้ำมันเบรกและน้ำมันคลัตช์: อีกหนึ่งขั้นตอนในการเช็กรถก่อนเดินทางไกล คือตรวจดูระดับของน้ำมันเบรกในกระปุกต้องอยู่ที่ขีด MAX และสีของน้ำมันไม่ควรดำหรือขุ่นมากเกินไป เพื่อให้ระบบเบรกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ้าเบรก: ผ้าเบรกควรมีความหนาไม่ต่ำกว่า […]
ยางอะไหล่มีขนาดไม่เท่ากัน ใช้แทนกันได้ไหม?

คงไม่มีใครอยากให้เกิดสถานการณ์ไม่คาดคิดระหว่างการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นยางรั่ว ยางแบน ยางแตก ยางระเบิด ล้วนทำให้การขับขี่ต้องหยุดชะงัก และผู้ขับขี่ต้องรับมือกับปัญหาทันที ดังนั้นการมี “ยางอะไหล่” อุปกรณ์ติดไว้ที่ท้ายรถสำหรับเปลี่ยนสำรองฉุกเฉิน จึงเป็นเรื่องที่อุ่นใจ เพื่อให้ยังเดินทางต่อไปได้โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากช่าง แต่จะใช้งานอย่างไรให้ถูกต้อง มาทำความรู้จักกับตัวช่วยสำคัญที่ต้องมีติดรถอย่างยิ่งได้เลย ยางอะไหล่คืออะไร ยางอะไหล่ หรือ ยางเส้นที่ 5 เป็นยางสำรองไว้เปลี่ยนใช้ฉุกเฉิน นับว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินที่สำคัญ ที่รถยนต์ทุกคันต้องมีติดไว้ เพราะเมื่อเกิดเหตุที่คาดไม่ถึงจากยางรถยนต์ เช่น เผลอไปเหยียบของมีคม ทำให้ยางรั่วซึม เป็นต้น ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนได้เองทันทีโดยไม่ต้องรอช่าง ทั้งนี้ขนาดของยางของรถยนต์แต่ละคันจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตรถยนต์รุ่นนั้นๆ เพราะต้องคำนวณจากขนาดและน้ำหนัก ซึ่งปัจจุบันถูกผลิตมาให้เลือกใช้ 2 ประเภท คือ ขนาดทั่วไปและแบบชั่วคราว ยางอะไหล่ ขนาดทั่วไปและแบบชั่วคราว ยางอะไหล่ขนาดทั่วไป เป็นยางรถยนต์ที่มีขนาดและประสิทธิภาพเทียบเท่ายางเดิมทั้ง 4 เส้นที่ใช้ปกติ หากใช้ยางประเภทนี้ สามารถใช้ต่อได้อีกพักใหญ่หรือไม่ต้องเปลี่ยนกลับ นอกจากนี้ยางประเภทนี้จะมีน้ำหนักที่มาก และขนาดใหญ่กว่า จึงไม่เป็นที่นิยมในการพกติดรถยนต์มากเท่าไหร่นัก เพราะรถอาจจะอืดขึ้นจากการบรรทุกของยางอะไหล่ ยางอะไหล่แบบชั่วคราว หากเปิดรถมาแล้วเจอยางอะไหล่ที่เล็กกว่ายางที่ใช้อยู่ ไม่ต้องตกใจ นี่คือขนาดของยางอะไหล่แบบชั่วคราว […]
ยางรถไฟฟ้า (EV) ต่างจากยางทั่วไปอย่างไร เลือกแบบไหนจึงเหมาะสม?

ในยุคที่รถไฟฟ้า EV กำลังเป็นที่นิยม หนึ่งในส่วนประกอบสำคัญที่ผู้ใช้รถ EV ควรใส่ใจก็คือ ยางรถไฟฟ้า หรือยางรถ EV ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อรองรับคุณสมบัติของรถไฟฟ้าที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป ดันลอปจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับยางรถไฟฟ้า เพื่อช่วยให้ผู้ใช้รถ EV สามารถเลือกยางได้อย่างเหมาะสม และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทำไมยางรถไฟฟ้า (EV) ถึงแตกต่างจากยางทั่วไป? ยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับคุณสมบัติเฉพาะของรถ EV ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น น้ำหนัก รถไฟฟ้ามีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไป เนื่องจากมีชุดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก ยางที่นำมาใช้กับรถไฟฟ้าจึงต้องมีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ เพื่อรองรับน้ำหนักและกระจายแรงกดได้อย่างสม่ำเสมอ แรงบิด ทันทีที่เร่งเครื่อง รถไฟฟ้าจะสามารถส่งแรงบิดได้ในทันที ทำให้เกิดแรงเสียดสีมาก ซึ่งแตกต่างจากรถน้ำมันทั่วไปที่ต้องใช้เวลาในการเร่งเครื่อง ยางรถไฟฟ้าจึงต้องมีคุณสมบัติทนทานต่อการเสียดสีเป็นพิเศษเพื่อลดการสึกหรอของยาง และมีประสิทธิภาพการยึดเกาะสูง เสียงรบกวน รถไฟฟ้าไม่มีเสียงเครื่องยนต์รบกวนเหมือนรถน้ำมัน ห้องโดยสารจึงค่อนข้างเงียบ ทำให้ได้ยินเสียงรบกวนจากยางที่สัมผัสกับถนนชัดเจนขึ้น ยางรถไฟฟ้า EV บางรุ่นจึงมีดอกยางที่ช่วยลดเสียงรบกวน หรือมีฟองน้ำบุอยู่ภายในยาง ช่วยให้การขับขี่เงียบสงบและสบายยิ่งขึ้น เลือกยางรถไฟฟ้า (EV) ยังไงจึงเหมาะสม การเลือกยางที่เหมาะสมกับรถไฟฟ้า จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น หากใครกำลังมองหายางสำหรับรถ […]
เลือกขนาดล้อแม็กยังไงให้พอดีกับรถ ไม่กินยาง ไม่กินน้ำมัน

การเปลี่ยนล้อแม็กรถยนต์ นอกจากได้ดีไซน์สไตล์สปอร์ตที่เท่ถูกใจคนขับเจนใหม่แล้ว ยังช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการขับขี่ด้านอื่นๆ และส่งผลต่อการขับขี่ การควบคุม ความรู้สึกการขับจะเปลี่ยนไปเช่นกัน การเลือกเปลี่ยนล้อแม็กจึงต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพในการใช้งาน และหลักการเปลี่ยนอย่างถี่ถ้วน ถ้าเลือกผิดสเปกนิดเดียวอาจทำชีวิตเปลี่ยนได้ นำไปสู่ปัญหาช่วงล่างและการทำงานของเครื่องยนต์หนักขึ้น บทความนี้จึงจะพามาทำความรู้จักกับล้อแม็กรถยนต์ให้มากขึ้น เพื่อช่วยพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนล้อแม็ก พร้อมเลือกได้ตอบโจทย์กับสไตล์ และสมรรถนะการขับขี่โดยที่ยังอยู่บนความปลอดภัยอีกด้วย ล้อแม็กรถยนต์คืออะไร มีกี่แบบ ล้อแม็ก (Mag wheel) คือ ล้อรถยนต์ผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย หรือเรียกว่า ล้ออัลลอย ถึงแม้ปัจจุบันเปลี่ยนมาผลิตจากอะลูมินัมอัลลอยมากขึ้นแล้ว ก็ยังติดเรียกว่าล้อแม็กอยู่ดี ตัววัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทานสูง แต่มีน้ำหนักเบาจึงช่วยลดแรงต้านการหมุน ทำให้ช่วยประหยัดน้ำมันได้ ระบายความร้อนดี เหมาะกับรถที่ต้องใช้ความเร็ว ที่สำคัญคือการออกแบบทันสมัย ดีไซน์สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งล้อแม็กรถยนต์นั้นก็มีให้เลือกใช้งานหลายประเภท ดังต่อไปนี้ ล้อแม็กจาน (Disc Type) จะโดดเด่นเรื่องการใช้งานมากกว่าดีไซน์ มีลักษณะทึบ ไม่ค่อยมีลวดลาย ทำให้ตัวโครงสร้างแข็งแรง ทนทานสูง สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี เหมาะสำหรับรถที่ต้องบรรทุกของหนัก ล้อแม็กก้านใหญ่ (Spoke Type) ได้รับความนิยมมากกว่าล้อแม็กจาน รุ่นนี้ยังคงความแกร่งรับน้ำหนักได้ดี แต่ก็ให้สไตล์สปอร์ตมากขึ้น […]
ยางรันแฟลต (Run flat) หรือยางธรรมดา (Radial) เลือกแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด?

ยางรันแฟลตคืออะไร ยางรันแฟลต (Run flat Tire) เป็นยางที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีใหม่ให้มีโครงสร้างแตกต่างจากยางธรรมดาหรือยางเรเดียล ด้วยการเพิ่มความแข็งแรงด้านในบริเวณแก้มยาง และบริเวณขอบยางมากกว่ายางธรรมดาทั่วไป เพื่อให้ยังสามารถยังเคลื่อนไหวได้ โดยไม่สูญเสียการทรงตัว แม้จะไม่มีแรงดันลมภายในยาง ดังนั้นเมื่อยางรั่วซึม หรือเหยียบของแหลมคมกะทันหัน ก็ยังสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ระยะไกลกว่าเมื่อเทียบกับยางประเภทอื่น ๆ หลักการทำงานของยางรันแฟลต ในเมื่อไม่มีแรงดันลมยางภายในแล้ว ยาง Run flat ยังสามารถวิ่งได้จริงหรือไม่? คำตอบคือยังวิ่งต่อได้อีกช่วงหนึ่ง และเป็นระยะที่มากพอสำหรับให้เลี้ยวเข้าข้างทางเพื่อเลี่ยงการเกิดอุบัตเหตุบนท้องถนน โดยที่ผู้ขับไม่ต้องพยายามขับบดเหมือนยางทั่วไป จากการพัฒนายางรันแฟลตด้วยเทคนิคเคลือบผิวใต้ดอกยางจาดวัสดุ Sealant หรือ Polymer มีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูง จึงอุดรอยรั่วเล็ก ๆ ได้ หรือเรียกว่า Self-sealing และยางรันแฟลตบางรุ่นก็ยังเสริมด้วยวัสดุที่แข็งในผนังด้านในของแก้มยาง เรียกว่า Self-supporting การเสริมแก้มยางให้แข็งแกร่งเป็นการออกแบบลักษณะพิเศษเฉพาะแบบยางรันแฟลตเท่านั้น เพื่อรองรับน้ำหนักของรถยนต์ได้ดี ทำให้โครงสร้างของยางไม่เปลี่ยนรูป หรือเปลี่ยนน้อยมาก เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนต่อได้โดยไม่สูญเสียการทรงตัวแม้ไม่มีแรงดันลมยางทั้งนี้วัสดุและเทคโนโลยีการผลิตยางรันแฟลตแต่ละยี่ห้ออาจจะแตกต่างกันไป วิธีการสังเกตว่ายางรถยนต์ของคุณเป็นแบบรันแฟลตหรือไม่ ให้ดูได้จากตัวอักษรที่อยู่บนแก้มยาง จะมีคำว่า “RSC” ย่อมาจากคำว่า “Run Flat System Component” หรือผู้ผลิตบางแบรนด์อาจใช้คำอื่น ๆ เช่น […]
การสลับยาง ถ่วงล้อคืออะไร ควรทำเมื่อไหร่?

ยางรถยนต์ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการขับขี่ ดังนั้นการดูแลรักษายางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเช็กสภาพยาง หรือการเติมลมยางให้เหมาะสม และอีกหนึ่งการบำรุงรักษาสำคัญที่ขาดไปไม่ได้เลยคือ การสลับยาง ถ่วงล้อในบทความนี้ดันลอปได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการสลับยาง ถ่วงล้อ มาให้ผู้ใช้รถได้ทำความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ทั้งในประเด็นที่ว่าการสลับยาง ถ่วงล้อคืออะไร ควรดำเนินการบ่อยเพียงใด วิธีการสลับยางมีกี่ประเภท และจำเป็นต้องถ่วงล้อทุกครั้งหลังจากสลับยางหรือไม่ การสลับยาง ถ่วงล้อคืออะไร? การสลับยาง คือการเปลี่ยนตำแหน่งยางของรถยนต์ ให้สลับไปอยู่ในตำแหน่งอื่นๆ สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่า ยางแต่ละเส้นมีการสึกหรอที่ไม่เท่ากัน โดยทั่วไป ยางคู่หน้าจะสึกหรอเร็วกว่ายางคู่หลัง เพราะต้องคอยรับแรงเสียดทานจากการเลี้ยวและการเบรกมากกว่า ทำให้ยางคู่หลังมักสึกช้ากว่า การสลับยางจึงสามารถช่วยให้ยางทั้งสี่เส้นมีการสึกสม่ำเสมอกัน ช่วยยืดอายุการใช้งานของยางให้ยาวนานขึ้น และที่สำคัญคือช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางใหม่ได้อีกด้วย การถ่วงล้อ คือการปรับสมดุลน้ำหนักของล้อและยางให้กระจายเท่ากันทั้งวงล้อ เนื่องจากว่าเมื่อยางถูกใช้งานไปสักระยะหนึ่ง อาจเกิดการสึกหรอที่ไม่เท่ากัน หรือเมื่อมีการเปลี่ยนยาง สลับยางใหม่อาจทำให้น้ำหนักรอบวงล้อเสียสมดุล จนเกิดอาการที่สังเกตได้ระหว่างขับขี่เช่น พวงมาลัยสั่น หรือรถสั่นสะเทือน โดยเฉพาะเวลาขับขี่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งการถ่วงล้อสามารถช่วยลดปัญหาการสั่นสะเทือน ทำให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้น และยังช่วยถนอมช่วงล่างของรถยนต์ให้ใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย ควรสลับยาง ถ่วงล้อเมื่อไหร่? โดยทั่วไป ผู้ผลิตรถยนต์และยางรถยนต์ส่วนใหญ่แนะนำให้สลับยาง ถ่วงล้อทุกๆ 6 เดือน หรือทุก 10,000 กิโลเมตร อย่างไรก็ตามความถี่ในการสลับยาง […]
ยางสำหรับถนนเปียกที่ดีที่สุด ขับมั่นใจ ปลอดภัยแม้ฝนตกหนัก

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ผู้ใช้รถบนท้องถนนต่างต้องกังวลขณะขับขี่ ด้วยทัศนวิสัยที่แย่ลง และถนนที่ลื่นขึ้นกว่าเดิม ทำให้การขับขี่ยากขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าปกติ เพื่อการขับขี่ที่ราบรื่น เราควรเตรียมความพร้อมของรถยนต์ โดยเฉพาะส่วน “ยางรถยนต์” ซึ่งสำคัญต่อการขับขี่ในสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ โดยจะต้องเลือกยางรถยนต์ที่มีคุณสมบัติยางสำหรับถนนเปียก ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนดีเยี่ยม ควบคู่ไปกับการรู้เทคนิคการขับขี่ เพื่อให้ทุกคนมั่นใจในการขับขี่ทุกเส้นทาง เพิ่มความปลอดภัยให้พร้อมขับลุยหน้าฝนนี้ ลักษณะยางสำหรับถนนเปียก ดอกยาง ลักษณะดอกยางสำหรับถนนเปียกที่ดี จะต้องมีร่องรีดน้ำลึก กว้าง และมีลายดอกยางทิศทางที่ถูกต้อง เช่น แบบสมมาตรมีร่องรีดน้ำตรงกลาง หรือแบบทิศทางเดียว V-Shape ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมทรงตัวของรถ ยึดเกาะทั้งถนนเปียกและแห้ง ที่สำคัญคือช่วยรีดน้ำออกจากหน้ายางได้เร็ว เพิ่มแรงต้านต่อการเหินน้ำเมื่อรถใช้ความเร็วสูง ลดโอกาสเกิดเหตุลื่นไถลขณะขับขี่ อันเป็นเหตุให้รถยนต์เสียการควบคุมนั่นเอง ความลึกของร่องดอกยาง ซึ่งตามกฎหมายได้ระบุว่าความลึกดอกยางขั้นต่ำไว้ที่ 1.6 มิลลิเมตร แต่สำหรับหน้าฝนนั้นแนะนำไม่ควรต่ำกว่า 3 มิลลิเมตร เมื่อดอกยางยิ่งลึก จะยิ่งเพิ่มความสามารถในการรีดน้ำได้ดีมากขึ้น โดยสามารถเช็กขนาดของผิวหน้าดอกยาง โดยการวัดจากสะพานยาง หรือแถบเล็กๆ ในร่องดอกยาง หากเริ่มสึกจนจะเสมอกันแล้ว นี่เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาเปลี่ยนยางใหม่ ค่า Wet Grip ยางรถยนต์ ให้เลือกยางรถยนต์ที่มีค่า Wet […]
รถ SUV คืออะไร? ทำไมถึงเป็นรถยอดนิยมสำหรับครอบครัว

ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญต่อการเดินทางอย่างปลอดภัยสำหรับครอบครัว รถ SUV คือหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ผู้ขับขี่หลายคนให้ความสนใจ สังเกตได้จากบนท้องถนนจะเห็นได้ว่ามีรถ SUV วิ่งอยู่มากพอๆ กับรถเก๋งหรือรถกระบะเลยทีเดียว ในบทความนี้ดันลอปจึงได้รวบรวมข้อมูลมาว่า รถ SUV คือรถประเภทไหน ทำไมถึงได้กลายเป็นรถยอดนิยมสำหรับครอบครัว และมีจุดเด่น ข้อเสียอย่างไรที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเป็นเจ้าของ รถ SUV คือรถประเภทไหน? คำว่า SUV ย่อมาจาก “Sport Utility Vehicle” หรือรถสปอร์ตอเนกประสงค์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์วัตถุประสงค์การขับขี่ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง หรือการลุยเส้นทางที่สมบุกสมบันได้มากกว่ารถเก๋งทั่วไปด้วยโครงสร้างที่ยกสูงกว่า และสะดวกสบายมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับรถกระบะทั่วไป จุดเด่นของรถ SUV คือ เหตุผลที่ทำให้ รถ SUV เป็นรถยอดนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มคนมีครอบครัว มีหลายประการ ดังนี้ พื้นที่ภายในกว้าง จุดเด่นสำคัญของรถ SUV คือ ห้องโดยสารใหญ่และมีขนาดกว้าง สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 5-7 คน มีพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างกว่ารถเก๋งทำให้ขนสัมภาระชิ้นใหญ่ได้สบายๆ และในบางรุ่นรถ SUV เบาะนั่งแถวหลังยังสามารถพับเก็บได้เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุก […]
ถุงลมนิรภัยทำงานอย่างไร จำเป็นต้องมีหรือไม่

เพื่อการขับขี่บนท้องถนนให้ปลอดภัย ทำให้ปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่เพิ่มมาตรฐานอีกขั้นด้วย “ถุงลมนิรภัย” (Air Bag) อุปกรณ์เสริมที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ลดโอกาสการเกิดเหตุรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารนั่นเอง แต่ผู้ขับขี่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบถึงวิธีการทำงาน และความสำคัญของอุปกรณ์นี้ จึงอาจละเลยหรือปล่อยผ่านไป ซึ่งจริง ๆ หากได้รู้หลักการทำงานแล้ว จะทำให้ผู้ขับขี่ใช้งานถุงลมนิรภัยได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถุงลมนิรภัย คืออะไร อุปกรณ์สำคัญด้านความปลอดภัยของรถยนต์ที่ถัดมาจากเข็มขัดนิรภัยก็คือ ถุงลมนิรภัย ทำหน้าที่เป็นเสมือนหมอนรองผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน แรงกระแทกจากด้านนอกจะส่งสัญญาณให้ถุงลมนิรภัยพองตัวทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารปะทะ หรือกระแทกเข้ากับส่วนต่าง ๆ ในรถยนต์โดยตรง เช่น พวงมาลัย หน้าต่าง และคอนโซลรถ ลดความเสี่ยงการเกิดเหตุรุนแรง ช่วยให้อาการบาดเจ็บของผู้โดยสารจากอุบัติเหตุน้อยลงมากที่สุด ซึ่งลักษณะถุงลมนิรภัยจึงถูกออกแบบมาด้วยวัสดุห่อหุ้มที่มีความยืดหยุ่น เพื่อขยายตัวออกมาได้ไวจากการที่พับเก็บไว้เป็นอย่างดี ตำแหน่งถุงลมนิรภัยอยู่ตรงไหน สำหรับตำแหน่งของถุงลมนิรภัยนั้นจะขึ้นอยู่กับรถยนต์แต่ละรุ่น แตกต่างกันออกไปตามการออกแบบ แต่โดยทั่วไปแล้วจะต้องมีอย่างน้อย ขั้นต่ำ 2 ตำแหน่ง ถ้าเป็นรถยนต์ที่มีราคาสูงขึ้นมาก็จะติดตั้งถุงลมนิรภัย 4-6 ตำแหน่ง หรือบางรุ่นมีมากถึง 8 ตำแหน่ง ซึ่งสามารถเช็กจำนวนถุงลมนิรภัยรถยนต์ของคุณได้จากคู่มือประจำรถยนต์ บอกเลยว่า การทราบตำแหน่งติดตั้งของถุงลมนิรภัยในรถยนต์ จะช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจระบบความปลอดภัยมากขึ้น พร้อมรู้จุดที่ต้องดูแลหรือข้อควรระวังการใช้งาน ถุงลมด้านหน้า […]