ปัจจุบันยางรถยนต์มีให้เลือกหลากหลายประเภท เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน หรือสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกัน ซึ่งรุ่นที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย และนิยมเลือกใช้ก็คือ ยาง AT และ ยาง HT แน่นอนว่าทั้งสองรุ่นมีจุดเด่น และข้อจำกัดการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่ว่าคุณกำลังมองหายางรถยนต์แบบใด ดังนั้นบทความนี้จะมาอธิบายข้อแตกต่าง แล้วต้องเลือกแบบไหนถึงจะตรงการใช้งาน และขับขี่ปลอดภัยมั่นใจทุกเส้นทาง พร้อมแนะนำยางรุ่นที่ดีที่สุดให้กับคุณอีกด้วย
ยาง AT คืออะไร
ยาง All Terrain หรือยาง AT คือ ยางอเนกประสงค์ที่ใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบนถนนเรียบ และออฟโรดหรือถนนขรุขระในระดับหนึ่ง ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง มาพร้อมลักษณะดอกยางจะมีขนาดใหญ่ ร่องดอกยางลึก และมีระยะห่างกันเล็กน้อย สำหรับการตะกุยดินเมื่อต้องขับขี่บนพื้นถนนที่มีหิน ดินทราย หรือโคลน นอกจากนี้แก้มของยาง AT ยังแข็งแรงเป็นพิเศษ จึงแบกรับน้ำหนักบรรทุกได้เพิ่มขึ้น พร้อมช่วยปกป้องการถูกหินแหลมคมบาดแก้มยาง นำไปสู่สาเหตุยางรั่วซึมได้นั่นเอง
ยาง HT คืออะไร
ยาง Highway Terrain หรือยาง HT คือ ยางประเภทที่เหมาะกับการขับขี่บนถนนพื้นเรียบอย่างในเมือง และวิ่งบนถนนขรุขระได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดอกยางและร่องยางมีขนาดเล็ก ลายดอกยังมีความละเอียดอีกด้วย ทำให้ยาง HT สามารถสัมผัสกับพื้นถนนได้มากกว่า จึงยึดเกาะถนนได้ดี และที่สำคัญเนื้อยางยังนุ่มกว่ายางรุ่นทั่วไป ช่วยซับแรงสะเทือนจากพื้นถนน พร้อมมอบความนุ่มเงียบระหว่างการขับขี่ได้ดีเยี่ยม อีกคุณสมบัติที่โดดเด่นของยาง HT คือ มีความต้านทานการหมุ่นต่ำที่สุด และน้ำหนักของยางที่เบา ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย
เปรียบเทียบระหว่าง ยาง AT และยาง HT
ลักษณะของยาง AT และ ยาง HT มีคุณสมบัติที่โดดเด่นต่างกันไป ทำให้ผู้ขับขี่ควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน หรือสิ่งที่ตัวเองกำลังมองได้อย่างแท้จริง เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกใช้งาน สามารถเปรียบเทียบข้อแตกต่างของยาง AT และ ยาง HT ได้ดังต่อไปนี้
ลักษณะโครงสร้าง สำหรับยาง AT จะแข็งแรงกว่ายาง HT ด้วยลักษณะดอกยางที่ใหญ่ และหนา บวกกับแก้มยางที่แข็งแรงเป็นพิเศษ จึงเหมาะกับผู้ขับขี่ที่ต้องการบรรทุกของหนักได้ปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงสามารถลุยถนนขรุขระได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับยาง HT เพราะถูกออกแบบมาให้สามารถสลัดดินโคลนรวมถึงตะกุยพื้นผิวที่มีดิน หินทราย หรือโคลน ในขณะที่ยาง HT จะเน้นไปที่ความเบา เนื้อยางนิ่ม สำหรับดูดซับแรงกระแทกจากพื้นถนน
การใช้งานบนสภาพถนน ลักษณะของยางทั้งสองประเภทนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าเหมาะกับสภาพถนนแบบใด กล่าวคือ ยาง AT สามารถใช้งานได้กับทุกสภาพถนนรวมถึงออฟโรดที่ไม่ได้โหดมาก หรือเส้นทางถนนขรุขระทั่วไป ทำให้ถูกใจสายแคมป์ และรถกระบะ 4×4 ในทางตรงกันข้ามยาง HT จะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกับถนนเรียบในเมืองมากกว่า เหมาะสำหรับใช้งานบนถนนทางหลวงทั้งเส้นทางคอนกรีต ถนนลาดยาง ทั้งสภาพทางแห้งและทางเปียก จึงสามารถเข้าได้ดีกับรถยนต์ทุกประเภทที่ใช้งานในเมือง เช่น รถเก๋ง รสครอสโอเวอร์ รถกระบะ รถตู้ รวมถึงรถสปอร์ตสมรรถนะสูง
การยึดเกาะถนน แน่นอนว่ายาง HT จะมอบประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับยาง AT ด้วยการออกแบบดอกยางขนาดเล็ก และเน้นลายดอกยางให้ละเอียด ดังนั้นยาง HT สัมผัสกับพื้นผิวถนนได้ใกล้มากที่สุด ทำให้ยึดเกาะได้ดีในทุกสภาพอากาศร้อน ฝน หรือหนาวนั่นเอง
นุ่มเงียบระหว่างขับขี่ ดังที่กล่าวข้างต้นแล้วว่า ลักษณะของดอกยาง HT นั้นจะค่อนข้างละเอียด ทำให้มีคุณสมบัติโดดเด่นเรื่องการดูดซับแรงกระแทกจากพื้นถนนได้เป็นอย่างดี การขับขี่จึงนุ่มนวล รวมถึงลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารได้ดีกว่ายาง AT ที่จะมีดอกยางขนาดใหญ่ไว้สำหรับตะกุยลุยดินทรายหรือสภาพถนนที่ขรุขระ
ความทนทาน ด้วยโครงสร้างที่ใหญ่กว่าของยาง AT ไม่ว่าจะดอกยางหรือแก้มยางที่แข็งแรง ทำให้ยาง AT นั้นสึกหรอช้าและสามารถใช้งานได้ยาวนาน ทั้งยังคงประสิทธิภาพการยึดเกาะทางลาดยางหรือทางออฟโรดได้อย่างดีเยี่ยม
ประสิทธิภาพด้านการประหยัดเชื้อเพลิง ในขณะที่ยาง HT จะมีน้ำหนักเบากว่า มีดอกยางและแก้มยางเล็กกว่า ประกอบกับมีความต้านทานการหมุนต่ำที่สุด จึงมีข้อโดดเด่นในเรื่องการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากที่สุดหากเทียบกับยาง AT
เลือกแบบไหนให้ตรงไลฟ์สไตล์
ข้อแตกต่างของประเภทยาง AT และ ยาง HT จะช่วยให้คุณเห็นความต้องการของตัวเองมากขึ้น โดยสามารถแบ่งออกเป็นได้ 2 ไลฟ์สไตล์การขับขี่ดังนี้
- การขับขี่แบบออฟโรด 50% และบนถนนปกติอีก 50% จะเหมาะสมกับยาง AT ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่งพร้อมลุยทุกสภาพถนนได้อย่างปลอดภัย แต่ไม่เน้นโหดมากถึงขั้นออฟโรดสายดุ และยาง AT ยังเข้ากันดีกับรถกระบะ หรือ SUV เสริมสไตล์ความเท่ให้กับรถยนต์ของคุณ
- ส่วนยาง HT จะตอบโจทย์การขับขี่ในเมือง บนเส้นทางเรียบและทางหลวง สามารถลุยพื้นถนนขรุขระได้เล็กน้อย แต่ไม่เหมาะกับการนำไปลุยเส้นทางทุรกันดาร อีกทั้งยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล ลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร เข้าโค้งและขับขี่ได้อย่างมั่นใจจากการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญคือจุดเด่นด้านการประหยัดน้ำมัน จะช่วยให้การขับขี่ในเมืองนั้นสะดวกสบาย
แนะนำ ยาง AT และ ยาง HT รุ่นที่ดีที่สุดของ DUNLOP
เมื่อได้ประเภทยางที่ตรงใจแล้ว ก็ต้องมาเลือกรุ่นยางที่เหมาะสมในขั้นต่อไป ขอแนะนำยาง AT และ ยาง HT รุ่นที่ดีที่สุดของ Dunlop ออกแบบนวัตกรรมใหม่เพื่อผสมผสานคุณสมบัติที่โดดเด่นได้อย่างลงตัว
1. Grandtrek AT5
พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วย Grandtrek AT5 จัดเต็มทั้งคุณภาพและนวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมการขับขี่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แข็งแรงทนทานตอบโจทย์ทั้งทางเรียบและทางลุย เหมาะสำหรับรถกระบะ รถกระบะยกสูง รถ SUV รวมถึงรถยนต์ที่ขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ Grandtrek AT5 นับเป็นอีกหนึ่งยาง AT ที่น่าใช้งานมากที่สุดของ Dunlop เช่นกัน
- Long Connected Block ร่องดอกยางยาวแบบต่อเนื่อง เพื่อกระจายแรงกดหน้าสัมผัสได้ทั่วถึง ช่วยเพิ่มสมรรถะในการขับขี่มากยิ่งขึ้น
- Stone Ejector ออกแบบใหม่ตรงบริเวณไหล่ร่องรีดน้ำ ใหญ่ขึ้น ป้องกันความเสียหายจากเศษหินหรือเศษของแหลมคมได้
Larger Block บล็อกดอกยางใหญ่ ทำหน้าที่เพิ่มแรงกดบริเวณหน้ายาง ลดอาการสึกหรอ ยืดอายุการใช้งาน และยังเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะบนพื้นถนนเปียกอีกด้วย
2. GRANDTREK PT5
- อีกหนึ่งรุ่นตัวท็อปในประเภทของยาง HT จากดันลอป ออกแบบให้ใช้งานได้ตอบโจทย์การขับขี่และความนุ่มเงียบทุกสภาพถนน เหมาะสำหรับรถยนต์ SUV, MPV, PPV ด้วยการออกแบบนวัตกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเนื้อยางสูตรใหม่หรือลายดอกยาง ที่จะช่วยให้ประสบการณ์ของการเดินทางที่เหนือระดับ
- หน้ายางสัมผัสใหม่กับเทคโนโลยี Silica Compound เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะทั้งถนนแห้งและถนนเปียก มาพร้อมการคืนตัวได้รวดเร็วทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนได้แนบสนิทขั้นสุด
พร้อมซับแรงกระแทกเมื่อหน้ายางต้องกระทบได้เป็นอย่างดี ด้วยการพัฒนา Rounder Contact Patch ออกแบบหน้าสัมผัสยางใหม่ให้มีความโค้งมน ลดแรงสั่นสะเทือนจากการขับขี่ และกระจายแรงเมื่อต้องเบรกกะทันหัน หรือรับแรงกระแทกได้ดีกว่าสัมผัสเดิมแบบทรงแบบเหลี่ยม - รับประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล จากเทคโนโลยี Adopts Lateral Grooves ช่วยดูดซับเสียง และลดเสียงรบกวนระหว่างการเดินทาง ผสานกับส่วนของร่องดอกยางแนวขวางโดยรอบ ด้วยความกว้างที่แตกต่างกันประกอบกับดอกยางแนวขวางที่ไหล่ยาง ยิ่งช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ในทุกเส้นทาง


