MAIN POINT
- ทำใบขับขี่รถยนต์ สามารถจองคิวล่วงหน้าได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ DLT Smart Queue ของกรมการขนส่งทางบก เลือกวัน-เวลาที่สะดวก โดยมีค่าธรรมเนียมสำหรับรถยนต์ 205 บาท และรถจักรยานยนต์ 105 บาท
- เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการสอบใบขับขี่ คือ บัตรประชาชนฉบับจริงที่ไม่หมดอายุ และใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 1 เดือน โดยสามารถขอใบรับรองแพทย์ สำหรับทำใบขับขี่ได้ที่คลินิก โรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป
การมีใบขับขี่ เป็นพื้นฐานของการขับขี่อย่างปลอดภัย และช่วยให้คุณเดินทางไปทำงาน ไปเที่ยว หรือทำธุระส่วนตัวได้อย่างสะดวกสบาย บทความนี้ DUNLOP จะพามาอัปเดตขั้นตอนสอบใบขับขี่ใหม่ครั้งแรกแบบละเอียดสำหรับมือใหม่ ปี 2569 ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร จองคิวออนไลน์ ไปจนถึงสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้คุณวางแผนได้อย่างถูกต้อง พร้อมออกเดินทางอย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง
ใบขับขี่คืออะไร ทำไมต้องมีใบขับขี่?
ใบขับขี่ คือ เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานกรมขนส่งทางบก เพื่อแสดงว่าบุคคลนั้นได้ผ่านการอบรมและทดสอบตามที่กฎหมายกำหนด มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์บนท้องถนนสาธารณะ
การมีใบขับขี่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการขับขี่รถทุกประเภท เพราะเป็นหลักฐานยืนยันถึงความรู้ ความสามารถ การเข้าใจกฎจราจร และความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ ช่วยให้การใช้รถใช้ถนนเป็นไปอย่างปลอดภัยและเป็นระเบียบ ทั้งยังเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการยืนยันตัวตน เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง
วิธีจองคิวสอบใบขับขี่ออนไลน์ 2569
1. เข้าแอปหรือเว็บไซต์ DLT Smart Queue ของกรมขนส่ง
เริ่มต้นด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue บนสมาร์ตโฟน หรือเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก https://gecc.dlt.go.th/dltsmartqueue/dlt-Smartqueue เพื่อทำการจองคิวแบบออนไลน์ได้ตามวันเวลาที่สะดวก
- ลิงก์ดาวน์โหลดสำหรับ IOS: https://apps.apple.com/fj/app/dlt-smart-queue/id1437480803
- ลิงก์ดาวน์โหลดสำหรับ Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.DLT.SmartQueue&pcampaignid=web_share
2. เข้าสู่ระบบ / ลงทะเบียน
สำหรับคนไทย สามารถเข้าสู่ระบบด้วย ThaiD ได้เลย โดยการสแกน QR CODE และกดยินยอมจากบนสมาร์ตโฟน ส่วนชาวต่างชาติ สามารถลงทะเบียนได้ด้วย Passsport และกรอกข้อมูลส่วนตัว เพื่อยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย
3. เลือกสำนักงานขนส่งที่ต้องการจองคิว
ขั้นตอนถัดมาให้เลือกสำนักงานขนส่งที่ต้องการเข้ารับบริการ โดยแนะนำให้ตรวจสอบพื้นที่ใกล้บ้านหรือที่ทำงาน เพื่อเลือกสาขาที่สะดวกต่อการเดินทางในวันสอบจริง
4. เลือกประเภทบริการ “งานใบอนุญาต”
จากนั้นจะมาสู่หน้าการเลือกประเภทบริการที่ต้องการ สำหรับการสอบใบขับขี่ ให้กดเลือกหัวข้อ “งานใบอนุญาต” ที่เกี่ยวข้องกับการขอใบอนุญาตขับรถ
5. เลือกประเภทใบอนุญาตขับรถ
ต่อมาให้เลือกประเภทใบอนุญาตขับรถที่ต้องการสอบ เช่น ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล ใบอนุญาตรถสาธารณะ หรือใบอนุญาต พรบ.ขนส่ง เพื่อให้ตรงกับประเภทการใช้งานรถ
6. เลือกวัน / เวลานัดที่ต้องการจองคิว
เลือกวันและเวลาที่สะดวก โดยระบบจะแสดงคิวว่างให้เลือก รวมถึงโชว์วันที่จำนวนคิวเต็ม หรือวันที่ไม่มีบริการจองคิว จากนั้นตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง กดยืนยัน และเก็บหลักฐานการจองไว้ เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันเข้ารับบริการ
เอกสารที่ต้องใช้ในการทำใบขับขี่ใหม่ 2569
- บัตรประชาชนฉบับจริง ที่ไม่หมดอายุ
- ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน
ค่าธรรมเนียมในการทำใบขับขี่ใหม่ 2569
1. ค่าธรรมเนียมในการทำใบขับขี่รถยนต์
- ค่าคำขอ 5 บาท
- รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 200 บาท
2. ค่าธรรมเนียมในการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์
- ค่าคำขอ 5 บาท
- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 100 บาท
5 ขั้นตอนสอบใบขับขี่รถยนต์-รถจักรยานยนต์ครั้งแรก 2569
1. ทดสอบสมรรถภาพก่อนทำใบขับขี่
ก่อนเข้าสู่การอบรมหรือการสอบ เจ้าหน้าที่จะทดสอบสมรรถภาพก่อน เพื่อประเมินความพร้อมพื้นฐานของร่างกายที่จำเป็นสำหรับการขับขี่ เช่น
- การมองเห็นสี แยกสีแดง สีเขียว สีเหลือง เพื่อเช็กว่าคุณสามารถมองเห็นสีสัญญาณไฟจราจรได้แม่นยำ
- ทดสอบสายตาทางกว้างและทางลึก เพื่อประเมินมุมมองขณะขับรถ ว่าการมองเห็นโดยรอบอยู่ในระดับปลอดภัย
- ทดสอบปฏิกิริยาเท้า หลังเห็นสัญญาณไฟ เพื่อเช็กความเร็วในการตอบสนอง เช่น เหยียบเบรก หรือควบคุมรถในกรณีฉุกเฉินได้
2. อบรมก่อนสอบ 5 ชั่วโมง
หลังจากผ่านการทดสอบร่างกายแล้ว ผู้เข้าสอบต้องเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎี 5 ชั่วโมง แบ่งเป็นช่วงเช้า 9.30-12.00 น. และช่วงบ่าย 13.00-15.30 น. ณ โรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง หรือสำนักงานขนส่งใกล้บ้านตามวันเวลาราชการ ซึ่งหัวข้ออบรมจะแบ่งเป็น
- การขับรถอย่างปลอดภัย อบรม 2 ชั่วโมง
- กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยทางหลวง และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก อบรม 1 ชั่วโมง 30 นาที
- จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ อบรม 1 ชั่วโมง
- ข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและการให้ความช่วยเหลือ ปฐมพยาบาล อบรม 30 นาที
3. สอบใบขับขี่ภาคทฤษฎี
การสอบใบขับขี่ภาคทฤษฎี เป็นการสอบข้อเขียนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (E-exam) มีด้วยกันทั้งหมด 50 ข้อ ในเวลา 1 ชั่วโมง โดยต้องได้คะแนนอย่างน้อย 90% หรือ 45 ข้อ จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ หากสอบไม่ผ่าน สามารถนัดสอบใหม่ได้ในวันถัดไป หรือไม่เกิน 90 วัน แต่ถ้าเกิน 90 วัน ต้องดำเนินการใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น
4. สอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติ
เมื่อผ่านการสอบทฤษฎีแล้ว ต่อมาเป็นการสอบภาคปฏิบัติ โดยรถยนต์จะต้องสอบ 3 ท่า และรถจักรยานยนต์ ต้องสอบ 5 ท่า สำหรับใครที่สอบไม่ผ่านในครั้งแรกก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะเจ้าหน้าที่จะบันทึกผลและออกใบนัดสอบครั้งต่อไปให้ใหม่
3 ท่าสอบปฏิบัติ สำหรับรถยนต์
- ท่าขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง
- ท่าขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า
- ท่าขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย (ถอยเข้าซอง)
5 ท่าสอบปฏิบัติ สำหรับรถจักรยานยนต์
- ท่าขับขี่ตามป้ายจราจร
- ท่าทรงตัวบนทางแคบ
- ท่าขับขี่ในทางโค้งรูปตัว Z
- ท่าขับรถในทางโค้งรูปตัว S
- ท่าหลบหลีกสิ่งกีดขวาง
5. รับใบขับขี่แบบ Smart Card
เมื่อสอบผ่านทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้ชำระค่าธรรมเนียม 205 บาท พร้อมถ่ายรูปติดบัตร และรอรับใบขับขี่ชั่วคราวชนิด 2 ปี แบบ Smart Card กลับบ้านอย่างสบายใจได้เลย
ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการสอบใบขับขี่ใหม่
โดยทั่วไปการสอบใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งจะใช้เวลาประมาณ 2 วันทำการ
- วันที่ 1: ยื่นเอกสาร ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย อบรม 5 ชั่วโมง และสอบภาคทฤษฎี
- วันที่ 2: สอบภาคปฏิบัติตามวันนัดหมาย หากสอบผ่านจะได้รับใบขับขี่ในวันนั้นเลย
คุณสมบัติของผู้ขอทำใบขับขี่
1. คุณสมบัติของผู้ขอทำใบขับขี่รถยนต์
- อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
- ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
- ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ
- ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
- ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ
2. คุณสมบัติของผู้ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์
- รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ลูกบาศก์เซนติเมตร
- อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์
- ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
- ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ
- ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
- ไม่อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ
ชนิดของใบขับขี่
ชนิดของใบขับขี่มีด้วยกันทั้งหมด 11 ชนิด โดยมีรายละเอียดและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป ซึ่งผู้ใช้รถใช้ถนนต้องศึกษาและใช้ให้ตรงกับการใช้งานของตัวเอง ไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้
| ชนิดของใบขับขี่ | รายละเอียด |
| ใบอนุญาตขับรถชั่วคราว | ใบขับขี่แรกของคนเริ่มต้นขับรถ ชนิด 2 ปี และผู้ขออายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี |
| ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล | ชนิด 5 ปี โดยต้องใช้ใบอนุญาตขับรถชั่วคราวมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี |
| ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล | ชนิด 5 ปี โดยต้องใช้ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราวมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี และผู้ขออายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี |
| ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล | ชนิด 5 ปี โดยต้องใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อชั่วคราวมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี |
| ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ | ชนิด 3 ปี สำหรับรถขนส่งสาธารณะโดยต้องใช้ใบขับขี่ชั่วคราวมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี หรือมีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล และผู้ขออายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี |
| ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ | ชนิด 3 ปี สำหรับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยต้องใช้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราวมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี หรือมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล และผู้ขออายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี |
| ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ | ชนิด 3 ปี สำหรับรถตุ๊กตุ๊ก โดยต้องใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมาแล้ว 1 ปีหรือแบบตลอดชีพ และผู้ขออายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี |
| ใบอนุญาตขับรถบดถนน | ชนิด 5 ปี สำหรับรถบดถนน โดยผู้ขออายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และผ่านการอบรมหลักสูตรความปลอดภัยตามกฎหมาย |
| ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ | ชนิด 5 ปี สำหรับรถแทรกเตอร์เพื่อการเกษตรกรรม และผู้ขออายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี |
| ใบอนุญาตขับรถชนิดอื่น ๆ | ชนิด 5 ปี สำหรับรถประเภทอื่น ๆ เช่น รถอีแต๋น รถไถนา และผู้ขออายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี |
| ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ | ชนิด 1 ปี สำหรับการขับรถที่ต่างประเทศ ไม่จำกัดอายุผู้ขอ แต่ต้องมีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชนิด 5 ปี หรือตลอดชีพมาแล้วเท่านั้น |
คำถามน่ารู้เกี่ยวกับขั้นตอนสอบใบขับขี่
1. ทำใบขับขี่ใหม่สามารถ Walk in เลยได้ไหม
ทำใบขับขี่ใหม่สามารถ Walk in ได้ แต่อาจต้องรอคิวนาน แนะนำให้จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ DLT Smart Queue เพื่อความสะดวกและมั่นใจว่าจะได้รับบริการแน่นอน
2. ถ้าสอบใบขับขี่ครั้งแรก ขออบรมออนไลน์ได้ไหม?
การทำใบขับขี่ครั้งแรก ไม่สามารถอบรมออนไลน์ได้ ต้องเข้าอบรม 5 ชั่วโมง ที่สำนักงานขนส่งหรือโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองเท่านั้น
3. สอบใบขับขี่กับโรงเรียนสอนขับรถต่างจากสอบด้วยตัวเองหรือไม่?
การสอบใบขับขี่กับโรงเรียนสอนขับรถต่างจากสอบด้วยตัวเอง ตรงที่ความสะดวกและค่าใช้จ่าย โรงเรียนสอนขับรถมักมีคอร์สเรียนพร้อมสอบครบวงจร จึงสะดวกสบายและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ส่วนการสอบเองที่กรมขนส่ง ต้องจัดการจองคิวเองทั้งหมดแต่ประหยัดงบมากกว่า
4. ถ้าสอบใบขับขี่ครั้งแรกไม่ผ่าน ต้องเข้าอบรมใหม่หรือไม่?
หากสอบใบขับขี่ครั้งแรกไม่ผ่าน ไม่ต้องเข้าอบรมใหม่ หากมาสอบแก้ตัวในวันถัดไปหรือภายใน 90 วัน แต่หากเกิน 90 วัน ต้องดำเนินการทำเรื่องและเข้าอบรมใหม่ทั้งหมด
5. ถ้าจองคิวสอบใบขับขี่แล้วติดธุระ สามารถเลื่อน/ยกเลิกคิวได้หรือไม่?
หากจองคิวสอบแล้วติดธุระ สามารถเลื่อนหรือยกเลิกคิวที่จองไว้ได้ ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ DLT Smart Queue อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลานัด
6. ใบรับรองแพทย์ที่ใช้ทำใบขับขี่สามารถขอได้ที่ไหนบ้าง?
สามารถขอใบรับรองแพทย์ สำหรับทำใบขับขี่ได้ที่คลินิกทั่วไป โรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลเอกชน โดยใบรับรองแพทย์ต้องมีอายุไม่เกิน 30 วัน
เตรียมตัวสอบใบขับขี่ มั่นใจทุกเส้นทางกับ DUNLOP
สอบใบขับขี่ใหม่ปี 2569 เพียงเตรียมเอกสารให้ครบ จองคิวออนไลน์ล่วงหน้า และทำความเข้าใจขั้นตอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้ชัดเจน ก็ช่วยเพิ่มโอกาสสอบผ่านได้ตั้งแต่ครั้งแรก จุดเริ่มต้นของการขับขี่อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบบนท้องถนน
เมื่อคุณพร้อมออกเดินทางแล้ว เลือกยางที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้จาก DUNLOP แบรนด์ผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์ระดับโลก ที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะ ความทนทาน และเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้คุณขับขี่สบาย ปลอดภัยทุกเส้นทาง










